หน้าหลัก
คอร์สเรียน
แนะนำที่ติว
เกร็ดความรู้

 

ss


“ทำอย่างไรจึงจะพูดภาษาอังกฤษได้คล่อง”
บทนี้เราจะไม่พูดถึงการ “ทำอย่างไรจึงจะ
พูดภาษาอังกฤษได้” เพราะมีหลายท่านที่เรียน
ภาษาอังกฤษกันมาแล้วมากมาย บางคนก็
ทำงานที่เกี่ยวข้องกับการใช้ภาษาอังกฤษ
บางคนก็เรียนจบเอกภาษาอังกฤษมาโดย
ตรง บางคนก็ลงทะเบียนเรียนกับเราจนครบ
240 ชั่วโมงแล้ว ทักษะอื่นอยู่ตัวแล้ว
สามารถฟังได้ดี สามารถอ่านได้ดี บางท่าน

  ก็สอบ TOEIC, TOEFL, IELTS, หรือข้อสอบวัดทักษะตัวอื่นๆ จนได้ตามเกณฑ์ที่กำหนดแล้ว มีความพร้อมที่จะสื่อสารกับชาวต่างชาติได้แล้วแต่ก็ยังรู้สึกว่าตัวเองพูดได้ไม่คล่อง
เรามาแก้ไขกันเถอะ


สาเหตุที่พูดไม่คล่องคืออะไร?

สาเหตุที่ผู้เรียนยังรู้สึกว่าตัวเองพูดไม่คล่องก็เพราะ “ไม่ได้พูดบ่อย” นั่นเอง นั่นคือ “ผู้เรียนยัง
ไม่ได้อ้าปากพูดออกมาเป็นภาษาอังกฤษบ่อยมากพอ” เพราะคำว่า “พูดคล่อง” แปลความ
หมายออกมาตรงๆ ก็คือ “ผู้พูดได้เคยอ้าปากพูดออกมาเป็นภาษาอังกฤษแล้วนับชั่วโมงไม่
ถ้วน” ถ้าผู้เรียนต้องการที่จะพูดคล่อง ก็มีทางเดียวที่จะทำได้คือ “หาทางพูดออกมาเป็น
ภาษาอังกฤษให้ได้ปริมาณที่มากที่สุด และให้ได้ชั่วโมงที่มากที่สุด” เท่าที่ต้องการ นั่นก็คือ
ยิ่งผู้เรียนต้องการที่จะพูดคล่องมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งต้องเพิ่มชั่วโมงการพูดให้มากขึ้นเป็นเงา
ตามตัว ไม่มีทางลัดอื่น

แน่นอนถ้าผู้เรียนสามารถมีฝรั่งมานั่งพูดคุยด้วยวันละเป็นชั่วโมงๆ ได้ละก็ ภายในเวลาไม่นาน
ผู้เรียนก็จะสามารถพูดได้คล่องดังปรารถนา แต่มันไม่มี ในชีวิตจริงมีคนน้อยมากที่จะโชคดีได้
ขนาดนั้น ไม่มีฝรั่งที่ไหนจะมานั่งคุยกับเราได้เป็นชั่วโมงๆ ไม่เชื่อคุณลองเดินไปแถวตรอกข้าว
สารดูสิ เดินไปทักฝรั่งสักคน ส่วนใหญ่คุยกัน 3 ประโยค 5 ประโยคก็จากกันไปแล้ว บางคนทำ
งาน อยู่ในหน่วยงานขนาดใหญ่ มีฝรั่งมากมายเดินไปเดินมา แต่ก็ไม่ได้คุยกับใคร บางคนเดิน
สวนทางกับฝรั่ง ทักกันวันละ 3 รอบผ่านไปเป็นปีแล้ว ก็ยังไม่ได้ฤกษ์คุยกันเสียที บางคนลงทะ
เบียนเรียนกับครูฝรั่ง เรียนกันวันละครั้ง ชวนกันคุยรอบห้องกว่าจะวนมาถึงรอบตัวเองปรากฏ
ว่าได้พูดกันแค่วันละไม่ถึง 10 ประโยค สรุปจบคอร์ส 30 ชั่วโมงได้พูดภาษาอังกฤษไม่ถึง 300
ประโยคดี ซึ่งปริมาณเท่ากล่าวมานั้นยังไม่มากพอที่จะทำให้พูดคล่องได้

home
con tatc
map
 
 
แล้วจะแก้ได้อย่างไร?

การฟังเป็นภาค Input ของการพูด ก่อนที่เราจะฝึกพูดได้ เราต้องฝึกฟังให้ได้ก่อน การจะฟังให้ได้ดีก็จะต้องมีชั่วโมง
การฟังที่มากพอ ฟังบ่อยจนเป็นอัตโนมัติ ฟังให้ออกทุกคำ ฟังให้รู้ความหมายทุกประโยค เมื่อทักษะการฟังของเรา
อยู่ตัวดีแล้ว อัตโนมัติดีแล้ว ต่อไปก็เป็นขั้นตอนการฝึกพูดซึ่งเป็นทักษะภาค Output

เราต้องฝึกพูดเองด้วยการใช้เทปเป็นตัวช่วย ไม่ต้องใช้ฝรั่งตัวเป็นๆ เพราะเราต้องการชั่วโมงการฝึกที่มากพอสม
ควร และจะต้องทำการฝึกซ้ำๆ เพื่อที่จะให้เกิดความชำนาญ หลายคนอาจจะเคยมีปัญหาในกรณีที่ต้องการทวน
ประโยคถ้าหากมีประโยคใดประโยคหนึ่งที่ผู้เรียนฟังไม่ทัน หรือฟังทันแล้วแต่ไม่ get และต้องขอให้ผู้พูดพูดทวน
ประโยคนั้น การพูดทวนแค่ครั้งสองครั้งไม่เป็นไร แต่เมื่อทวนหลายครั้งเข้าผู้พูดทวนให้เราฟังอาจจะหงุดหงิดได้
ซึ่งเมื่อเราใช้เทปเป็นตัวช่วยจะสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ดี เทปที่จะนำมาใช้ฝึกพูดไม่ควรมีความเร็วมากเกินไป
ความเร็วของเทปต้องพอให้ผู้ฝึกสามารถพูดตามได้ ไม่ควรมีการพูดอธิบายเป็นภาษาไทยไว้ในเทป เพราะจะทำ
ให้ความคิดที่เป็นภาษาอังกฤษอยู่เกิดการสะดุดขึ้นได้ และที่สำคัญสำเนียงในเทปต้องชัดเจนและฟังง่าย สำ
หรับผู้ที่ลงทะเบียนกับเราให้ใช้เทปม้วนสุดท้าย และเทปม้วนอื่นๆ ที่มีความเร็วไม่มากได้ทุกม้วนหาเครื่องเล่น
เทปมาสักเครื่อง และหูฟังเล็กๆ สักอันเพื่อความเป็นส่วนตัว

เมื่อมีอุปกรณ์ครบแล้วก็ลงมือฝึก ก่อนอื่นผู้ฝึกต้องฟังเทปม้วนที่จะนำมาฝึกหลายๆ รอบก่อน เพื่อที่จะสามารถ
ฟังได้อย่างชัดเจน และฝึกพูดตามได้ เมื่อฟังชัดเจนดีแล้วก็ลงมือหัดพูดตาม ประโยคต่อประโยค ฟังหลายๆ รอบ
และอ้าปากพูดออกมา “ตาม” จังหวะจะโคนของต้นแบบจากเทป แรกๆ ผู้ฝึกจะรู้สึกว่าออกเสียงบางคำไม่คล่อง
และลิ้นมักจะพันกัน ไม่เป็นไรให้ฝึกไปเรื่อยๆ ฝึกพูดซ้ำประโยคเดิมหลายๆ ครั้ง จนสามารถพูดออกมาได้อย่าง
สบายใจ มั่นใจ ไม่เคอะเขิน เทปบทสนทนาโดยทั่วไปจะมีจำนวนประโยคประมาณ 350 ประโยคต่อ 30 นาที
ดังนั้น การฝึก 1 ชั่วโมงจะทำให้เราสามารถอ้าปากพูดเป็นภาษาอังกฤษออกมาได้ถึง 700 ประโยค ฝึก 10 วัน
เท่ากับ 7,000 ประโยค ฝึก 30 วันเท่ากับ 21,000 ประโยค ถ้าฝึกเช้า 1 ชั่วโมง บวกเย็น 1 ชั่วโมง ภายใน 1 เดือน
ผู้ฝึกจะได้อ้าปากพูดออกมาเป็นภาษาอังกฤษมากถึง 42,000 ประโยคซึ่งปริมาณที่ได้นี้เพียงพอแน่นอนสำหรับ
การ ฝึกพูดเพื่อให้เกิดความคล่อง

ส่วนเทปภาษาอังกฤษแบบช้าที่เป็นสารคดี หรือข่าว (ม้วนที่ 1 – 4 ของชุดฝึกของเรา) นั้นจะมีจำนวนคำประมาณ
6,000 คำต่อ 30 นาที ผู้ฝึกสามารถนำมาเป็นต้นแบบเพื่อฝึกพูดได้ ซึ่งก่อนที่จะนำเอาเทปความเร็วไม่มากเหล่านี้
มาฝึกพูด ผู้ฝึกจะต้องมีทักษะการฟังที่มากพอ สามารถฟังเทปทั้งม้วนได้อย่างชัดเจนสบายใจก่อน ส่วนการฝึกพูด
ตามต้องอาศัยการกดปุ่ม Pause ในขณะที่เล่นเทปเป็นช่วงๆ หรือทำการ Pause ทีละประโยค เพื่อที่จะเว้นจังหวะ
เอาไว้พูดตาม ซึ่งเมื่อรวมจังหวะการหยุด (Pause) และพูดตามแล้วภายใน 1 ชั่วโมงผู้ฝึกจะได้ออกเสียงภาษา
อังกฤษมากถึง 6,000 คำ ซึ่งเท่ากับ 60,000 คำภายใน 10 วัน 180,000 คำภายใน 1 เดือน และ 360,000 คำ ถ้าฝึก
เช้าเย็นภายใน 1 เดือน คุณจะพูดได้คล่องแน่

ถ้าต้องการทักษะมากกว่านี้ล่ะ?


แน่นอน ยิ่งฝึกมากชั่วโมง ทักษะที่ได้รับก็ย่อมเพิ่มขึ้นมากเป็นเงาตามตัว คุณต้องการความคล่องมากแค่ไหนล่ะ?

แล้วจะทดสอบได้อย่างไร?

การทดสอบเบื้องต้นของเราก็คือ เมื่อคุณฝึกจนพอใจแล้ว มั่นใจแล้ว คล่องแล้ว ให้คุณนำเอาบทความเดิมที่คุณ
หัดพูดตาม (บทสนทนา หรือสารคดี) มาอ่านออกเสียงโดยไม่ต้องใช้เทปนำ อ่านดูหลายๆ รอบเมื่อมั่นใจว่า
สามารถอ่านได้ดีแล้ว ให้หาเทปเปล่ามา 1 ม้วนเพื่อนำมาอัดเสียงของตัวเอง อัดให้ได้อย่างน้อย 30 นาที ถึง 1
ชั่วโมง แล้วลองเอามาเปิดฟังดูซิว่า “เรา” พอใจการพูดของตัวเองมากแค่ไหน เพราะคนที่จะมาตัดสินว่าคล่อง
หรือไม่คล่องในเบื้องต้นก็คือ "ตัวเรา" นั่นเอง เมื่อเราพอใจแล้ว มั่นใจแล้วก็สามารถออกไปพบปะพูดคุยกับ
ฝรั่งได้ดังใจปรารถนา ซึ่งยิ่งเมื่อเราได้อ้าปากพูดออกมาเป็นภาษาอังกฤษต่อไปอีกนานเท่าไหร่ บ่อยเท่าไหร่
ทักษะของเราก็จะสะสมเพิ่มพูนมากขึ้นต่อไป