Aug 142013
 

วิธีการเปลี่ยนนามเอกพจน์ให้เป็นพหูพจน์ [Singular and Plural Nouns]

1. ให้เติม s หลังนามเอกพจน์ทั่วๆไป
book –> books หนังสือ
cat –> cats แมว
hand –> hands มือ
star –> stars ดาว

2. เติม s ได้เลยเมื่อนามนั้นลงท้ายด้วย e

house –> houses บ้าน
face –> faces หน้า
plate –> plates จาน
place –> places สถานที่
size –> sizes ขนาด

3. คำนามเอกพจน์ที่ลงท้ายด้วย s, ss,sh,ch, x, z เมื่อเป็นพหูพจน์ ให้เติม es

bus –> buses รถประจำทาง
glass –> glasses แก้ว
box –> boxes กล่อง
bush –> bushesพุ่มไม้
bench –> benches ม้านั่ง
buzz –> buzzes เสียงหึ่งๆเหมือนเสียงผึ้ง

ข้อยกเว้น
monarch –> monarchs กษัตริย์ (เพราะ ch ในคำนี้ออกเสียงเป็น ค ไม่ใช่ ช)

4. คำนามที่ลงท้ายด้วย o ให้เติม s

bamboo –> bamboos ไม้ไผ่
studio –> studios ห้องช่างศิลป์
kilo –> kilos กิโลชั่งของขาย
piano –> pianos เครื่องเปียโน
kangaroo –> kangaroos จิงโจ้
zoo –> zoos สวนสัตว์
zero –> zeros เลขศูนย์
photo –> photos รูปถ่าย
casinocasinos –> โรงการพนัน
Eskimo –> Eskimos ชนเผ่าเอสกิโม

ข้อยกเว้น คำเหล่านี้ที่เติม es
hero –> heroes วีระบุรุษ
motto –> mottoes คติพจน์
grotto –> grottoes ถ้ำ
tomato –> tomatoes มะเขือเทศ
mango –> mangoes มะม่วง
volcano –> volcanoes ภูเขาไฟ

5.คำนามเอกพจน์ที่ลงท้ายด้วย y และหน้า y เป็นพยัญชนะ ให้เปลี่ยน y เป็น i แล้วเติม es

city –> cities เมือง
baby –> babies เด็กทารก
fly –> flies แมลงวัน
country –> countries ประเทศ
lady –> ladies สุภาพสตรี
galaxy –> galaxies ทางช้างเผือก
party –> parties งานปาร์ตี้

ข้อยกเว้น ถ้าหน้า y เป็นเสียงสละ(vowel)ให้เติม s เช่น
ray –> rays
day –> days
boy –> boys
toy –> toys

6. คำนามเอกพจน์ที่ลงท้ายด้วย f หรือ fe ให้เปลี่ยนเป็น v แล้วจึงเติม es

half –> halves ครึ่ง
knife –> knives มีด
wife –> wives ภรรยา
leaf –> leaves ใบไม้
life –> lives ชีวิต
wolf –> wolves สุนัขป่า
elf –> elves

ข้อยกเว้น คำนามบางตัวก็ไม่ต้องเปลี่ยน ให้เติม s ได้เลย เช่น

chief –> chiefs หัวหน้า
roof –> roofs หลังคา
proof –> proofs ข้อพิสูจน์
belief –> beliefs ความเชื่อ
safe –> safes ความปลอดภัย

7. นามเอกพจน์ต่อไปนี้เมื่อทำเป็นพหูพจน์ให้เปลี่ยนสระภายใน

child –> children เด็ก
man –> men ชาย
woman –> women หญิง
foot –> feet เท้า
tooth –> teeth ฟัน
goose –> geese ห่าน
mouse –> mice หนู
louse –> lice เหา,ไร

8. นามเอกพจน์ต่อไปนี้เมื่อทำเป็นพหูพจน์ ให้เติม en หรือ ren ที่ท้ายนามนั้น

ox –> oxen วัวตัวผู้
child –> children เด็ก

9. นามต่อไปนี้มีรูปเหมือนกันทั้งเอกพจน์และพหูพจน์ ไม่มีการเปลี่ยนรูป เช่น

series –> series ชุด
species –> species ชนิด
sheep –> sheep แกะ
deer –> deer กวาง
salmon –> salmon ปลาแซลมอน
aircraft –> aircraft อากาศยาน
staff –> staff พนักงาน
stuff –> stuff สิ่งของ
equipment –> equipment อุปกรณ์
information –> information ข้อมูล

ข้อยกเว้น คำนามเหล่านี้เมื่อทำเป็นพหูพจน์สามารถใช้ได้ทั้งสองรูป
fish –> fish/fishes ปลา
person –> persons/people
penny –> pence/pennies

10. คำนามที่บอกสัญชาติซึ่งลงท้ายด้วย ss , se ให้ใช้รูปเดียวทั้งเอกพจน์และพหูพจน์

a Japanese –> two Japanese คนญี่ปุ่น
a Chinese –> two Chinese คนจีน

11. นามบางคำมีเพียงพหูพจน์รูปเดียว เช่น

news ข่าว
politics การเมือง
physics ฟิสิกส์
ashes ขี้เถ้า
economics เศรษฐศาสตร์
civics ประชากร
scissors กรรไกร
pants กางเกง
trousers กางเกงขายาว
shears กรรไกร
victuals เสบียงอาหาร
measles หัดเยอรมัน
mumps โรคคางทูม
tongs คีมคีบ
tweezers คีมถอนขน/แหนบ

12. นามต่อไปนี้มีรูปเป็นพหูพจน์แต่นำมาใช้อย่างเอกพจน์

people ประชาชน
cattle วัวควาย
poultry เป็ดไก่
police ตำรวจ
majority คนส่วนมาก
minority คนส่วนน้อย

หมายเหตุ people ถ้าเติม s หมายถึงคนหลายเชื้อชาติ

13. นามต่อไปนี้มีรูปศัพท์เป็นพหูพจน์ และก็ใช้อย่างพหูพจน์เสมอ

trousers กางเกงขายาว
goods สินค้า
shorts กางเกงขาสั้น
eye glasses แว่นตา
scissors กรรไกร
contents สารบัญ
clothes เสื้อผ้า
wages ค่าจ้าง

14. คำนามผสมเมื่อต้องการให้เป็นพหูพจน์ ให้เติม s ที่คำนามหลักเท่านั้น

father-in-law –> fathers–in–law พ่อตา
step–son –> step–sons ลูกเลื้ยง
living–room –> living-rooms ห้องรับแขก

15. นามที่เป็นตัวอักษร หรือตัวเลข เมื่อต้องการให้เป็นพหูพจน์ ให้ทำได้โดยการเติม s

T –> T‘s ตัว t
5 –> 9‘s เลข 9

เช่น
There are two T‘s in little – มี t สองตัว ในคำ little.
Do you see three 9‘s in 999 ไหม? – คุณเห็นเลข 9 สามตัวใน 999 ไหม

16. นามที่บอกจำนวนต่อไปนี้ dozen(โหล) score(ยี่สิบ) gross(12 โหล) hundred( ร้อย) thousand(พัน) million(ล้าน) เมื่อมีเลขบอกจำนวนแน่นอน คือ two, three etc.มาประกอบอยู่ข้างหน้าไม่ต้องเติม s และไม่นิยมใช้ of ตามหลัง

เช่น Suni wanted three dozen eggs for her birthday party.

ข้อยกเว้น ถ้า dozen , hundred , thousand , million มีเลขจำนวนนับไม่แน่นอน เช่น many , several , few , a few มาประกอบอยู่ข้างหน้า และมี of ตามหลัง และนามพหูพจน์นับได้ ให้เติม s ตลอดไป เช่น

I bought many dozens of note-books yesterday.

17. คำนามพหูพจน์บางคำเมื่อนำมาใช้ประกอบหรือขยายนามตัวอื่นในลักษณะคล้ายๆทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์ จะต้องเปลี่ยนรูปเป็นเอกพจน์ทันที เช่น

trouser buttons กระดุมกางเกงขายาว

ยกเว้นคำต่อไปนี้เป็นพหูพจน์เหมือนเดิม

a sports car รถสปอร์ท
the savings bank ธนาคารออมสิน

18. ตัวอักษรย่อทำเป็นพหูพจน์ได้โดยการเติม s ที่ท้ายตัวอักษรตัวสุดท้ายของคำนั้น เช่น

VIP –> VIPs Very Important Persons
MP –> MPs Member of Parliament

19. คำต่อไปนี้ไม่นิยมทำเป็นพหูพจน์

freedom เสรีภาพ
music ดนตรี
news ข่าว
advice คำแนะนำ
money เงิน
etc.

ข้อยกเว้น ถ้าหากมี adjective ที่แสดงปริมาณบอกจำนวนมากน้อยมาขยายให้ใช้เฉพาะคำเหล่านี้เท่านั้นได้แก่
little , a little , much ,a lot of , a great deal of, a good deal of , plenty of จะไม่ใช้ many ,few , a few , several , a great number of , a large number of มาขยายเด็ดขาด เช่น I have much knowledge of French.

20. นามต่อไปนี้เมื่อเป็นเอกพจน์มีความหมายอีกอย่างหนึ่ง และเป็นพหูพจน์มีความหมายอีกอย่างหนึ่ง

air อากาศ –> airs ท่าทางหยิ่ง
iron เหล็ก –> irons โซ่,ตรวน
manner –> อาการ, วิธี –> manners มรรยาท
etc.

21. นามต่อไปนี้เมื่อเป็นเอกพจน์มีความหมายเดียว แต่ถ้าเป็นพหูพจน์มีความหมาย 2 หรือ 3 อย่าง

colour สี –> colours 1.สี 2.ธง
custom ประเพณี –> customs 1.ประเพณี, 2.ภาษีอากร
ect.

22. นามต่อไปนี้เมื่อเป็นเอกพจน์มีความหมาย 2 อย่าง แต่ถ้าเป็นพหูพจน์มีความหมายอย่างเดียว

light 1.แสง 2.ตะเกียง –> lights ตะเกียง
wood 1.ไม้ woods 2.ป่าไม้ –> woods ป่าไม้
ect.

เครดิต : http://www.mmv.ac.th/Result/online/aor/rules.htm

 Posted by at 11:30 am

 Leave a Reply

(required)

(required)

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>