Aug 152013
 

วิธีเรียนภาษาอังกฤษด้วยวิธีโปรแกรมจิตใต้สำนึกตนเองด้วยความคิดเชิงบวก หลายคนอาจจะสงสัยว่าโปรแกรมจิตอย่างไร ก็ทำได้ด้วยวิธีพูด คิด หรือบอกกับตัวเองบ่อยๆ หรือทุกๆวัน(self-talk)ด้วยความคิดเชิงบวกนั่นเอง จนกระทั่งสิ่งที่เราคิดเราบอกกับตนเองกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราโดยอัตโนมัติ เราอาจจะมีความคิดในใจว่าแล้วมันเกี่ยวอะไรกับการเรียนภาษาอังกฤษล่ะ สาเหตุสำคัญที่มันเกี่ยวข้องกับการเรียนภาษาอังกฤษก็เพราะเราจะโปรแกรมจิตใต้สำนึกเราด้วยความความคิดเชิงบวกโดยใช้ภาษาอังกฤษไงล่ะคะ เช่น เราพูดกับตัวเราเองทุกวันว่า Speaking English is very easy. I believe in myself. เป็นต้น

Positive Affirmations

  • I am healthy and happy. ผมมีสุขภาพดีและมีความสุข
  • Everything is getting better every day. ทุกอย่างจะดีขึ้นในทุกๆวัน
  • Wealth is pouring into my life. ความมั่งคั่งจะหลั่งไหลเข้ามาในชีวิตของฉัน
  • I am sailing on the river of wealth. ฉันกำลังล่องเรือในแม่น้ำแห่งความมั่งคั่ง
  • I am getting wealthier each day. ฉันได้รับความมั่งคั่งในแต่ละวัน
  • My mind is calm. ใจของฉันมีความสงบ
  • I am calm and relaxed in every situation.ฉันสงบและผ่อนคลายในทุกสถานการณ์
  • My thoughts are under my control. ความคิดของฉันอยู่ภายใต้การควบคุมของฉัน
  • I radiate love and happiness. ฉันแผ่ความรักและความสุขออกมา
  • I am surrounded by love. ฉันล้อมรอบไปด้วยความรัก
  • I have the perfect job for me. ฉันมีงานที่สมบูรณ์แบบสำหรับตนเอง
  • I am living in the house of my dreams. ฉันอาศัยอยู่ในบ้านในฝันของฉัน
  • I have good and loving relations with my wife/husband. ฉันมีความสัมพันธ์ที่ดีในความรักกับภรรยา/สามีของฉัน
  • I have a wonderful and satisfying job. ฉันมีงานที่ยอดเยี่ยมและมีความพึงพอใจต่องาน
  • I am successful in whatever I do. ฉันประสบความสำเร็จในทุกสิ่งที่ฉันทำ
 Posted by at 11:32 am
Aug 142013
 

วิธีการเปลี่ยนนามเอกพจน์ให้เป็นพหูพจน์ [Singular and Plural Nouns]

1. ให้เติม s หลังนามเอกพจน์ทั่วๆไป
book –> books หนังสือ
cat –> cats แมว
hand –> hands มือ
star –> stars ดาว

2. เติม s ได้เลยเมื่อนามนั้นลงท้ายด้วย e

house –> houses บ้าน
face –> faces หน้า
plate –> plates จาน
place –> places สถานที่
size –> sizes ขนาด

3. คำนามเอกพจน์ที่ลงท้ายด้วย s, ss,sh,ch, x, z เมื่อเป็นพหูพจน์ ให้เติม es

bus –> buses รถประจำทาง
glass –> glasses แก้ว
box –> boxes กล่อง
bush –> bushesพุ่มไม้
bench –> benches ม้านั่ง
buzz –> buzzes เสียงหึ่งๆเหมือนเสียงผึ้ง

ข้อยกเว้น
monarch –> monarchs กษัตริย์ (เพราะ ch ในคำนี้ออกเสียงเป็น ค ไม่ใช่ ช)

4. คำนามที่ลงท้ายด้วย o ให้เติม s
Continue reading »

 Posted by at 11:30 am
Aug 132013
 

Chat Faces

In a chatroom we cannot see the other people. Sometimes it helps to send “faces” (also known as “smileys” and “emoticons”) to help show our feelings, for example whether we are serious or joking. Here are some typical faces.

:-) Happy
:)
:-( Sad
:(
#:-0 Ahh!
* 😮 Alarmed!
(|:-# American football player
%-} Amused
0:-) Angel
:-@ Angry
O-) Aquanaut
:-)# Beard
%+| Beaten up
:-X Big kiss
!-( Black eye
:-* Blowing a kiss
:-)X Bow tie

Continue reading »

 Posted by at 5:50 pm
Aug 132013
 
  • ?4U = I have a question for you. = ฉันมีคำถามที่ต้องการถาม
  • ^^ = Read line above = อ่านแถวด้านบน
  • 121 = one-to-one = หนึ่งต่อหนึ่ง
  • 2 = to
  • 2mrw = tomorrow = พรุ่งนี้
  • 4 = for = สำหรับ
  • AFK = away from keyboard = ไม่อยู่ที่แป้นพิมพ์
  • AKA = also known as = มีฉายาว่า…
  • A/S/L = age/sex/location = อายุ/เพศ/สถานที่
  • AYT = Are you there? = คุณอยู่ที่นั่นหรือเปล่า
  • AFAIK = as far as I know = เท่าที่เคยรู้มา
  • AFB = Away from keyboard = ไปทำธุระแป๊บ..นึง
  • ASAP = As soon as possible = เร็วสุดเท่าที่เร็วได้
  • ASL? หรือ A/S/L – Age Sex Location = ถามอายุ เพศ แล้วก็ที่อยู่นั่นเอง
  • ATM = At the moment = ในตอนนี้
  • BBS = Be Back Soon = จะรีบกลับมา
  • B4 = Before = ก่อน
  • BC = Because = เพราะว่า
  • BF = Boy Friend = แฟน(ผู้ชาย)
  • BOTOH = But on the other hand = แต่ในทางกลับกัน
  • BR = Best Regards = ขอแสดงความนับถือ
  • BRB = Be right back = เดี๋ยวกลับมา
  • BTDT = Been there, done that = ไปมาแล้วทำเรียบร้อยแล้ว
  • BTW = By the way = อีกอย่างหนึ่งนะ (ลืมบออกไป)
  • BC หรือ B/C หรือ Bcoz หรือ coz – Because = เพราะว่า
  • B2W = back to work = กลับไปทำงานต่อ
  • BBL = Be back later
  • BBS = Be back soon
  • BFF = best friend(s) forever
  • CU หรือ Cya = See You / See Ya (แล้วเจอกันนะ ไรประมาณนี้มั้ง ไว้ใช้แทน Bye Bye~*)
  • CUL = See you later = แล้วเจอกัน
  • CMB = Call me back
  • CMIIW = Correct me if I’m wrong
  • CUZ/COS = because
  • CWYL = Chat with you later
  • DL หรือ D/L = Download หรือ Downloading (คำแปลก็ทับศัพท์เอา~)
  • DC = disconnected = หยุดการเชื่อมต่อแล้ว
  • DIY = Do it yourself = ทำด้วยตัวเอง
  • DM = Direct Message
  • EG = Evil Grin (ยิ้มแบบปีศาจเจ้าเล่ห์~ *w* ประมาณนี้มั้ง)
  • EZ = Easy = ง่าย
  • FAQ = Frequently asked questions = คำถามที่ถามกันบ่อยๆ
  • FTS (หยาบ) = F_ck that Sh_t!! (ไม่ต้องมีคำบรรยายใด ๆ สักคำให้ลึกซึ้ง~)
  • FYI = For your information = ข้อมูลที่ควรทราบ
  • F2F = face-to-face
  • FB = Facebook
  • FYEO = for your eyes only
  • GG = good game

Continue reading »

 Posted by at 5:11 pm
Aug 132013
 

Whitney Houston – Try It On My Own (ฉันจะลองทำด้วยตัวของฉันเอง)

I’m wiser now
(ฉันตาสว่างแล้ว)
I’m not the foolish girl you used to know
(ฉันไม่ใช่เด็กโง่ๆที่เธอเคยรู้จัก)
So long ago
(มันผ่านมาแล้ว)
I’m stronger now
(ตอนนี้ฉันแข็งแกร่งแล้ว)
I’ve learned from my mistakes which way to go
(ฉันเรียนรู้จากความผิดพลาดของตัวเองเพื่อพบทางที่จะก้าวต่อไป)
And I should know
(และฉันก็พบแล้ว)
I put myself aside to do it your way
(ฉันเอาตัวเองไปยึดติดกับชีวิตของเธอ)
But now I need to do it all alone
(แต่ตอนนี้ฉันต้องมีชีวิตอยู่ให้ได้เพียงลำพัง)
Continue reading »

 Posted by at 10:52 am
Aug 122013
 

การเข้าใจความแตกต่างระหว่าง a กับ the ค่อนข้างสำคัญในการใช้ภาษาอังกฤษนะครับ ทั้งสองคำเป็นคำนำหน้านามเพียงแต่ว่า the เป็นคำนำหน้านามชี้เฉพาะในขณะที่ a เป็นคำนำหน้านามไม่ชี้เฉพาะ

สรุปง่ายๆก็คือ a หมายถึงอันใดอันหนึ่งที่ไม่เฉพาะเจาะจง เหมือนคำว่า สักอัน ส่วน the ก็เฉพาะเจาะจงเหมือน that กับ this คือทั้งผู้ฟังและผู้พูดเข้าใจว่ากำลังพูดถึงสิ่งไหนอยู่ อาจจะเป็นเพราะผู้พูดว่ามาแล้วหรือเพราะมันชัดเจนอยู่แล้ว

ยกตัวอย่างดีกว่า สมมุติมีทีวีหลายเครื่องอยู่ในห้องสักห้องหนึ่งแต่มีทีวีจอใหญ่แค่เครื่องเดียว ถ้าเราอยากบอกว่า เปิดทีวีจอใหญ่ก็จะพูดว่า Turn on the big screen TV. โดยใช้ the เพราะมีทีวีจอใหญ่เครื่องเดียว ดังนั้นผู้ฟังทุกคนเข้าใจว่าเราพูดถึงเครื่องไหนทั้งๆที่เราไม่ได้บอกก่อนหน้านั้นครับ แต่ถ้าบอกว่า Turn on the TV. ผู้ฟังจะไม่รู้ว่าเครื่องไหนเพราะมีหลายเครื่อง
ส่วน Turn on a TV. ก็จะหมายถึงเปิดทีวีสักเครื่องหนึ่ง

 Posted by at 10:16 pm
Aug 122013
 

Tracy Chapman – Baby Can I Hold You

Sorry
ขอโทษ
Is all that you can’t say
เพียงเท่านี้เธอพูดไม่ได้
Years gone by and still
หลายปีผ่านไปยังคงเช่นเดิม
Words don’t come easily
เป็นคำพูดที่ไม่ง่ายที่จะพูดออกมา
Like sorry like sorry
เช่นคำ ขอโทษ ขอโทษ
Continue reading »

 Posted by at 5:00 pm
Aug 122013
 

คำถามน่ารู้
คุณลอง….แล้วหรือยัง Have you tried…?
คุณลอง…แลัวหรือยัง Have you tried…yet?
คุณเคยลอง…ไหม Have you ever tried…?

เวลาตอบ
เคยลองก็ใช้ Yes, I have.
ไม่เคยลองก็ใช้ No, I haven’t.
————————————
ตัวอย่างเช่น
คุณลองอันนี้หรือยัง Have you tried this yet?
คุณลองปิดและเปิดใหม่อีกครั้งหรือยัง Have you tried turning it off and on again?
คุณพยายามลองมากแค่ไหน How many have you tried?
คุณพยายามลองกี่ครั้งแล้ว How many times have you tried?
คุณพยายามลองหนีกี่ครั้งแล้ว How many times have you tried to get out?
คุณเคยลองขับรถฉุกเฉินไหม Have you ever tried to drive an emergency car?
คุณเคยลองกินส้มตำที่ไทยไหม Have you ever tried to eat Somtam in Thailand?

แถมเพิ่มเติม
ฉันจะพยายามเต็มที่ I’ll try my hardest. / I’ll try my best.
ฉันจะลองดู I’ll give it a try.
ฉันจะลองพยายายามด้วยตัวฉันเอง I’ll to try it on my own.

 Posted by at 1:35 pm
Aug 122013
 

transport vocabulary by http://www.english-4kids.com/

คำศัพท์ที่เกี่ยวกับการขนส่ง

  • driver คนขับรถ
  • bus terminals สถานีขนส่ง
  • station สถานี ==> The next station is… สถานีต่อไปคือ…
  • railway station สถานีรถไฟ
  • mass transit ขนส่งมวลชน
  • express way ทางด่วน
  • special express ด่วนพิเศษ
  • high-speed train/high-speed rail รถไฟความเร็วสูง
  • highway ทางหลวง
  • all the way ตลอดทาง
  • to catch/to take โดยสาร…
  • bus รถประจําทาง ==> to take/catch a bus ขึ้นรถประทาง หรือ โดยสารรถประจำทาง, by bus โดยรถเมล์
  • bus stop ป้ายรถเมล์
  • bus No. รถประจำทางสาย…
  • the next stop ป้ายถัดไป

Continue reading »

 Posted by at 12:03 am
Aug 112013
 

Infinitive(Infinitive with to) คือคำกริยาหรือกลุ่มคำกริยาที่อยู่ในรูป simple tense(กริยาช่องที่1) ที่มี to นำหน้า [to + verb/verb phrase] เช่น to go(จะไป), to do(จะทำ), to make(เพื่อจะทำ), to watch(จะดู), to see(จะมอง), to learn(จะเรียนรู้), to play(จะเล่น)

เรามาทำความเข้าใจ Infinitive จากคลิปวีดีโอกันดูนะครับ
infinitives in English (An American English teacher explains how infinitives are used.)

*** to เป็นได้ทั้งส่วนประกอบของ the infinitive และส่วนประกอบของกลุ่มคำบุพบท(preprositional phrase) เช่น
I want to talk to you. (to talk=infinitive, to you = preposition)
I need to go. (to go = infinitive)
I need to go to the store.
I walked to work. (to work = preposition))

——————————————–
การใช้ในรูป Passive Infinitives (การใช้ Verb to be ในรูปของกริยาช่วย กับกริยาช่องที่3 จะสื่อความหมายว่าถูกกระทำหรือที่เรียกว่า passive voice) Continue reading »

 Posted by at 5:02 pm