Click to listen highlighted text!
Apr 082017
 

ประโยค  passive voice ของ modal verb

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าประโยคในภาษาอังกฤษจะแบ่งออกเป็น active voice (ประโยคที่ประธานเป็นผู้กระทำ)  และประโยค passive voice ซึ่งก็คือประโยคที่ต้องการเน้นประธานว่าเป็นผู้ถูกกระทำ โดยอาจจะใส่ผู้กระทำก็ได้หรือไม่ใส่ผู้กระทำเนื่องจากเป็นที่เข้าใจโดยทั่วไปว่าใครทำหรือไม่รู้แน่ว่าใครทำ ในบางครั้งประโยค passive voice สร้างปัญหาให้กับเราๆอย่างมากเพราะโครงสร้างประโยคภาษาไทยไม่มีแบบ passive voice นั่นเอง  ดังนั้นเวลาใช้จึงต้องแยกแยะให้ออกว่าประโยคแบบไหนของไทยที่จะต้องเขียนเป็นแบบ passive voice ในภาษาอังกฤษ

ประโยค passive voice   จะมีโครงสร้างที่ผันไปตาม tense ทุก  tense โดยโครงสร้างหลักของ passive voice คือ

Verb to be + V.3 (past participle)

แต่ในที่นี้จะพูดถึง  passive voice  ในประโยคที่มี  modal verb  (will, would, can, could, shall, should, must, etc.)  โครงสร้าง passive voice ของ modal verb  ก็ง่ายแสนง่ายค่ะ  ตามนี้เลย

                    Subject + modal verb + be + V.3

ตัวอย่างประโยค

  • My house should be renovated soon. It’s all run down.
    บ้านฉันควรจะได้รับการปรับปรุงใหม่ในเร็วๆนี้ มันทรุดโทรมหมดแล้ว
  • The car can’t be repaired.
    รถคันนี้ซ่อมไม่ได้แล้ว
  • Our flight will be cancelled because of the bad weather.
    เที่ยวบินของพวกเราจะถูกยกเลิกเพราะสภาพอากาศไม่ดี

ในอีกกรณีหนึ่งของ passive voice ที่อาจจะเจอก็คือ การใช้ to infinitiveในกรณีนี้ก็จะเป็น  Continue reading »

 Posted by at 2:28 pm
Apr 082017
 

มารู้จักคำศัพท์เกี่ยวกับ “เวลา” กัน

ในเกือบทุกประโยคส่วนใหญ่มักจะมีคำขยายเกี่ยวกับเวลาเข้ามาเกี่ยวข้อง  เพื่อบอกว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นเมื่อไหร่  ตอนไหน  แต่ถ้าเป็นคำทั่วๆไปเช่น  today  tomorrow yesterday  อันนี้แน่นอนว่าทุกคนรู้จักกันอยู่แล้ว  แต่ที่จะนำมาพูดถึงคือวลีหรือสำนวนเกี่ยวกับเวลาที่บางคนอาจจะไม่ค่อยรู้จัก  บางคำอาจจะเป็นคำที่เราอยากจะพูดแต่ก็ไม่รู้ว่าภาษาอังกฤษเขาใช้คำว่าอะไร  มาดูกันค่ะว่ามีอะไรบ้าง

ปกติถ้าเราจะพูดว่าทุก ๆวัน  ก็จะใช้ every day ใช่มั้ยคะ  แต่ก็มีคำอื่นอีกที่หมายถึงทุกๆวัน คือ  every single dayที่เพิ่ม single เข้ามาก็เพื่อเป็นการเน้นว่าทุกๆวันโดยไม่ขาดแม้แต่วันเดียว  single ยังใช้กับอย่างอื่นเพื่อเป็นการเน้นได้ด้วย เช่น  every single minute(ทุกๆนาที) หรือ every single episode (ทุกๆตอน)  ตัวอย่างประโยค เช่น

  • You must hand in the report every single day.
    คุณต้องส่งรายงานทุกๆวัน

คำต่อมาคือคำว่า day after day แปลว่า  วันแล้ววันเล่า, ทุกวี่ทุกวัน  ในทำนองว่าเป็นอยู่เช่นนั้นทุกๆวันไปเรื่อยๆ ซึ่งอาจจะแฝงความนัยว่าซ้ำซากน่าเบื่อก็ได้  เช่น

  • I have to live alone day after day.
    ฉันต้องอยู่คนเดียวแบบนี้วันแล้ววันเล่า

ซึ่งเราสามารถใช้ day in day outก็ได้เช่นกันคือ   I have to live alone day in day out.

โดยจะให้ความหมายเดียวกันค่ะ   แต่ถ้าอยากพูดว่า “วันเว้นวัน”  ให้ใช้คำว่า every other day เช่น   Continue reading »

 Posted by at 2:25 pm
Mar 032017
 

likeกับ prefer ต่างกันอย่างไร

ถ้าจะบอกว่าชอบอะไรแน่นอนว่าทุกคนต้องนึกถึงคำว่า like ก็เรียนกันมาตั้งนมตั้งนานก็รู้จักแต่คำว่า like นี่แหละที่แปลว่า  “ชอบ”    เช่น  ถ้าจะบอกว่า  “ฉันชอบเดินไปโรงเรียน”  ก็ต้องบอกว่า

  • I like to walk to school.
  • I like walking to school.

likeถ้าหากตามด้วยคำกริยาสามารถ  ใช้เป็น infinitive with to (to + V.1)   หรือใช้  Verb เติม ing ก็ได้ค่ะ  ใช้แบบไหนก็ได้เลือกได้เลยความหมายไม่ต่างกันค่ะ   ถ้าหากสิ่งที่ชอบเป็นคำนามก็วางคำนามนั้นหลัง  like ได้เลยค่ะ  เช่น

  • I like fried rice with a lot of sausages.
    ฉันชอบกินข้าวผัดที่ใส่ไส้กรอกเยอะๆ

แต่ถ้าเราอยากบอกว่า “ชอบเดินไปโรงเรียนมากกว่านั่งรถเมล์”  ลองเดาสิคะว่าจะใช้คำว่าอะไร?? เพราะประโยคนี้จะเห็นว่าเป็นการเลือกชอบอย่างใดอย่างหนึ่งจากสองอย่าง  แน่นอนค่ะ  เราก็ใช้คำว่า  prefer นั่นเอง เพราะ  prefer แปลว่า  “ชอบมากกว่า”    หลักกการใช้คำว่า prefer จะมีโครงสร้างดังนี้ค่ะ

prefer something to something

เช่น Continue reading »

 Posted by at 7:36 pm
Mar 032017
 

ความแตกต่างระหว่าง during กับ while

duringกับ while มีความหมายใกล้เคียงกัน  คือหมายถึง  ระหว่างที่…  หรือ ในช่วงที่….  ซึ่งอาจจะสร้างความสับสนให้กับบางคนและอาจจะคิดว่ามันสามารถใช้แทนกันได้  แต่จริงๆแล้วมันมีวิธีใช้ที่แตกต่างกันค่ะ  เทคนิคการจำการใช้สองคำนี้ก็ง่ายแสนง่ายค่ะ  มาดูกันเลย

เวลาที่ใช้  during จะต้องตามด้วย คำนาม หรือ กลุ่มคำนาม

During + Noun 

เช่น

  • During the class, I fell asleep.
    ระหว่างที่เรียน  ฉันรู้สึกง่วง
  • The manager has already made up his mind during the meeting.
    ผู้จัดการได้ตัดสินใจแล้วระหว่างการประชุม

** เราจะไม่ใช้During studying in the class, I fell asleep. (X)

แต่ถ้าจะใช้  while จะต้องตามด้วย  คำกริยา ซึ่งกริยาอาจจะอยู่ในประโยคแบบเต็มๆคือมีประธานและกริยา  หรือจะตามด้วยกริยาที่เติม ingก็ได้

While + ประโยค (Subject + verb)

While + Ving

เช่น Continue reading »

 Posted by at 7:30 pm
Mar 032017
 

การใช้  also, as well, too  ใช้ต่างกันอย่างไร

also, as well และ too สามคำนี้มีความหมายเหมือนกันคือ  “อีกด้วย หรือ ด้วยเหมือนกัน” แต่มีวิธีใช้ที่ต่างกันค่ะ

— also —-

โครงสร้างประโยคของ also  เรามักจะวาง also ไว้หน้าคำกริยาแท้ในประโยค  เช่น

  • I hate you but I also love you.
    ฉันเกลียดคุณแต่ฉันก็ยังรักคุณด้วย  (ฉันทั้งรักทั้งเกลียดคุณ)
  • Jeffry speaks English. He also speaks Spanish.
    เจฟฟรี่พูดภาษาอังกฤษ  แล้วเขาก็ยังพูดภาษาสเปนอีกด้วย

แต่ถ้าในประโยคนั้นมี  verb to be ให้วางไว้หลัง verb to be เช่น Continue reading »

 Posted by at 7:27 pm
Mar 032017
 

But แปลว่า “แต่”  แค่นั้นหรือ?

คำว่า but หลายคนรู้จักในความหมายว่า “แต่”  ที่เป็น conjunction หรือคำเชื่อมประโยคที่มีความหมายขัดแย้งกัน  แต่เรายังสามารถใช้ but ในความหมายอื่นได้อีกค่ะ  ไม่ธรรดาเหมือนกันนะคะคำนี้  มาดูกันค่ะว่า but ใช้อย่างไรได้บ้าง

—- butเป็นคำเชื่อมประโยค มีความหมายว่า “แต่” —-

butในกรณีนี้จะเชื่อมสองประโยคเข้าด้วยกัน โดยบ่งบอกว่าเนื้อความมีความขัดแย้งกัน  ตัวอย่างเช่น

  • I want to visit Japan but I don’t have enough money.
    ฉันอยากจะไปเที่ยวญี่ปุ่นนะแต่ว่าตังค์ไม่พอ
  • I can speak Chinese but I can’t speak Spanish.

** butในกรณีนี้อาจจะเติมหรือไม่เติม comma หน้า but ก็ได้ แต่ถ้าหากเป็นประโยคยาวๆและเพื่อป้องกันการสับสนเราอาจจะใส่ comma เพื่อแยกประเด็นให้ชัดเจนก็ได้    และในภาษาเขียนที่เป็นทาการเราจะไม่นิยมใช้ but นำหน้าประโยค  แต่จะนิยมใช้ however มากกว่า   ส่วนในภาษาพูดเราอาจจะได้ยิน but ขึ้นต้นประโยคก็ได้

—- butใช้ในความหมายว่า “ยกเว้น” หรือ “นอกจาก” —-

butในความหมายนี้มักตามหลัง  all, none, every…., any….., no…… เช่น everything, everybody, nobody etc.

  • He eats nothing but hamburgers.
    เขาไม่กินอะไรเลยนอกจากพิซซ่า
  • Everybody comes but her.
    ทุกคนมายกเว้นหล่อน

** คำที่ตามหลัง but จะเป็น object pronoun (me, her, him, them, etc.) แต่ถ้าเป็นชื่อเฉพาะก็ใช้ได้เลย

** และถ้าหลัง but เป็นคำกริยาก็จะเป็นกริยาที่เป็น infinitive without to เช่น Continue reading »

 Posted by at 7:21 pm
Mar 032017
 

“What” แปลได้มากกว่าคำว่า “อะไร”

เจอบ่อยกันใช่มั้ยคะ คำว่า what เนี่ย  อย่างที่เราทราบกันดีอยู่แล้วว่าถ้าพูดถึง what ก็ต้องนึกถึงประโยคคำถาม  แต่บางประโยคเนี่ยอ่านยังไง๊ยังไงมันก็ไม่น่าใช่ประโยคคำถามนี่สิคะคุณขา  แล้ว what ในประโยคพวกนี้คืออะไรล่ะ  มันต้องแปลว่าอย่างไรเหรอถึงจะเข้าใจประโยคได้อย่างชัดเจนเห็นแจ้ง  เรามีคำตอบค่ะ  มาดูกันค่ะว่า  what ใช้อย่างไรได้บ้าง

—- what ทำหน้าที่เป็น question word เพื่อสร้างประโยคคำถาม —-

อันนี้ใครๆก็รู้ใช่มั้ยคะ  แต่ไม่พูดถึงก็ไม่ได้เพราะถือเป็นหน้าที่หลักๆของ what เลยทีเดียว  ซึ่งการตั้งคำถามด้วย what ก็ต้องเป็นคำถามประเภทที่ต้องการรายละเอียด โดยโครงสร้างหลักในการสร้างคำถามประเภทที่ใช้ what ก็มีดังนี้ค่ะ

          What + กริยาช่วย + ประธาน + กริยา +……..?

เช่น

  • What does your brother have for lunch?
  • What are you listening to?

          What + V.to be + Noun?

เช่น Continue reading »

 Posted by at 7:18 pm
Mar 012017
 

สำนวนเกี่ยวกับ  thumb

ในภาษาอังกฤษ  มีสำนวนหลายสำนวนที่เปรียบเทียบจากสิ่งที่อยู่ใกล้ๆตัวเรา ในที่นี้จะขอเสนอสำนวนเกี่ยวกับ  thumb ที่แปลว่า นิ้วหัวแม่มือ  ที่เราได้ยินกันบ่อยๆก็คือ  thumbs upแปลว่า ดีเยี่ยม  ผ่านการพิจารณา  ซึ่งก็ตรงกับอาการที่เรายกหัวแม่โป้งขึ้น  เพื่อแสดงว่ามันเยี่ยมยอด  และที่ตรงข้ามกันก็คือ  thumbs down  คือการคว่ำนิ้วหัวแม่โป้งลง  เพื่อบอกว่าไม่ผ่าน หรือโดนปฏิเสธนั่นเอง มาดูตัวอย่างประโยคกันค่ะ

  • There was no thumbs up for the players as they lost the game.
    ไม่มีใครยกนิ้วแสดงความยินดีกับนักกีฬาเลยเพราะพวกเขาแพ้การแข่งขัน
  • They gave our plan the thumbs down.
    พวกเขาไม่เห็นด้วยกับแผนงานของเรา

ถ้าจะบอกว่าให้ใครหรืออะไรผ่านหรือ ไม่ผ่าน ก็จะบอกว่า to turn thumbs up/down on someone or something  เช่น

  • The boss turns thumbs up on my proposal.
    เจ้านายยอมรับข้อสเนอของฉัน

ยกนิ้วเดียว  ขึ้น หรือ ลง ก็แปลความหมายได้แล้ว  แต่ถ้าเกิดใครมาบอกเราว่า  “all thumbs”ไม่ได้หมายควมว่า เราเก่งนะคะ  เพราะยกให้ทุกนิ้วเลย  แต่เขากำลังบอกเราว่า  งุ่มง่าม  หรือไม่ได้เรื่อง  เขาเปรียบเทียบว่าการมีแต่นิ้วหัวแม่มือจะหยิบจะจับอะไรก็ลำบาก  เวลาจะทำอะไรก็คงไม่ได้เรื่องได้ราวไงล่ะคะ  แต่ถ้ามีใครมา thumb (someone) nose at youนั่นหมายถึง เค้าไม่ไว้ใจคุณหรือไม่เชื่อมือคุณสักเท่าไหร่  เรียกง่ายๆว่า  ดูถูกฝีมือคุณนั่นเองค่ะ

  • Don’t thumb your nose at me unless you want a fight.
    อย่ามาดูถูกกันถ้าไม่อยากมีเรื่อง

บางครั้งเขาก็เปรียบเทียบนิ้วโป้งกับการควบคุมใครให้อยู่ภายใต้การจัดการ  โดยจะบอกว่า  Continue reading »

 Posted by at 7:10 pm
Mar 012017
 

คำคล้าย….ชวนสับสน!!??

ในภาษาอังกฤษมีคำศัพท์อยู่หลายคำที่อาจจะเขียนเหมือนกันหรือออกเสียงคล้ายๆกัน  ซึ่งก็สร้างความสับสนให้กับคนใช้ภาษาอังกฤษไม่น้อยเลยทีเดียว  ลองมาดูกันสิว่ามีคำว่าอะไรบ้าง

—- advise // advice  —-

adviseเป็นคำกริยา  แปลว่า  ให้คำแนะนำ, แนะนำ

  • She advised me to go to the doctor for a checkup.
    เธอแนะนำให้ฉันไปหาหมอเพื่อตรวจร่างกาย

adviceเป็นคำนาม  แปลว่า  คำแนะนำ

  • He doesn’t need my advice.
    เขาไม่ต้องการคำแนะนำของฉัน

—- compliment // complement—- Continue reading »

 Posted by at 7:06 pm
Mar 012017
 

Past participle (V3)  ใช้ยังไงได้บ้าง

Past participle ชื่อนี้เราอาจจะไม่ค่อยรู้จัก  แต่ถ้าบอกว่าverb ช่อง 3 เมื่อไหร่ล่ะก็คงร้องอ๋อกันแน่นอน  แต่จริงๆแล้วกริยา 3 ช่องที่คนไทยรู้จัก  ฝรั่งเค้าจะเรียก กริยาช่อง 1 ว่า base form เรียกกริยาช่อง 2 ว่า  past simple tense  เรียกกริยาช่อง 3 ว่า  past participle  ในที่นี้จะพูดถึง past participle ว่าใช้ในสถานการณ์แบบไหนได้บ้าง  ดังนี้ค่ะ

1. ใช้ใน perfect tense

ในโครงสร้างของ  perfect tense ไม่ว่าจะเป็น present perfect, past perfect หรือ

future perfect จะมี past participle เป็นส่วนประกอบ

Present perfect tense :  S + have/has + V3.

Past perfect tense : S+ had + V3.

Future perfect tense  : S + will have + V3.

ตัวอย่างประโยค

  • She’s never been there before.
    เธอไม่เคยไปที่นั่นมาก่อน
  • We will have slept by the time our parents arrive.
    พวกเราคงหลับไปแล้วตอนที่พ่อแม่มาถึง

2. ใช้ในประโยค passive voice

Passive voice คือ ประโยคที่ประธานถูกกระทำโครงสร้างของประโยคpassive voice คือ Continue reading »

 Posted by at 6:51 pm
Click to listen highlighted text!