Nov 042013
 

# make กับ do ต่างกันยังไง

ถ้าแปลเป็นภาษาไทย สองคำนี้จะแปลเหมือนกันใช่มั๊ยคะ แปลว่า “ทำ” แต่ในภาษาอังกฤษ จะใช้ต่างกันค่ะ

จริงๆก็มีหลักในการแยกแยะการใช้ 2 คำนี้อยู่เหมือนกันค่ะ มาดูการใช้ make กันก่อนเลย

** หลักการใช้ make
make ความหมายภาษาอังกฤษ จะแปลว่า to create, to produce ซึ่งนั่นก็หมายถึง การสร้างสรรค์อะไรใหม่ๆ ผลิตหรือทำอะไรให้ได้ผลลัพธ์ออกมาใหม่ๆ เป็นชิ้นเป็นอัน

  • ฉะนั้นถ้าเราทำกับข้าวมื้อเย็นหรือทำเค้ก เราก็จะบอกว่า make dinner หรือ make a cake
    (เพราะต้องมีการนำส่วนผสม เครื่องปรุง ทั้งหมดมาผสมรวมกันก่อนได้ผลลัพธ์ออกมาเป็นอาหาร 1 จาน)
  • ชงกาแฟหรือชาก็ใช้ make a cup of coffee, make some tea

make ยังนำไปใช้ในสำนวนต่างๆ เช่น

  • make a mistake
  • make a decision
  • make a call
  • make arrangement
  • make noise
  • etc.

และมีอีกเยอะมากๆเลยค่ะ ^^

** หลักการใช้ do
do จะใช้กับการทำกิจกรรม ส่วนใหญ่ก็จะเป็นกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น ล้างจาน, ซักผ้า อะไรพวกนี้ เช่น Continue reading »

 Posted by at 10:16 am
Nov 042013
 

# การใช้คำว่า get

get ถือเป็นคำสารพัดประโยชน์มากๆ ใช้ได้หลายความหมาย ถ้าหากไปเปิดหาความหมายของ get ในพจนานุกรมล่ะก็ คุณอาจต้องใช้เวลาส่องหาความหมายที่ต้องการนานเป็นพิเศษ เพราะมันเยอะมากนั่นเอง เอาล่ะ!! อย่าได้เสียเวลาเลย มาดูความหมายของ get กันค่ะ

** get ความหมายแรกเป็น verb แปลว่า “ได้รับ” เช่น

  • I got a nice present for my birthday.
    ฉันได้ของขวัญน่ารักๆชิ้นนึงในวันเกิด
  • He got a promotion.
    เขาได้เลื่อนตำแหน่ง

** get ในความหมายว่า “ไปเอามาหรือไปหยิบมา” เช่น

  • I’ll get you some water.
    ฉันจะไปเอาน้ำมาให้
  • Can you please get me the book over there?
    คุณช่วยไปหยิบหนังสือตรงนั้นให้หน่อยได้มั๊ยครับ

** ใช้ get ในความหมายของ การซื้อสิ่งของต่างๆก็ได้นะเออ  เช่น Continue reading »

 Posted by at 10:06 am
Nov 012013
 

วันนี้ขอเสนอสำนวนเกี่ยวกับ moon หรือพระจันทร์ ค่ะ

สำนวนภาษาอังกฤษเกี่ยวกับ Moon

สำนวนภาษาอังกฤษเกี่ยวกับ Moon

ไม่ใช่มีแต่พี่ไทยนะคะที่เอาพระจันทร์ไปเปรียบเทียบต่างๆนานา แต่ฝรั่งเขาก็มีเหมือนกันค่ะ ลองดูค่ะ

** once in a blue moon
สำนวนนี้คงคุ้นหูคุ้นตาหลายๆคน ความหมายของมันก็คือ
“นานๆครั้ง ไม่บ่อยนัก” เช่น

  • I work in London, so I only see my family once in a blue moon.
    ฉันทำงานที่ลอนดอน ฉะนั้นก็เลยได้เจอครอบครัวแค่นานๆครั้ง (ไม่ใช่เจอครอบครัวในวันพระจันทร์เป็นสีน้ำเงินนะคะ ^^)

** over the moon สำนวนนี้แปลว่า มีความสุขมากๆ very happy เหมือนกับสำนวน I’m on top of the world. ประมาณนี้ล่ะค่ะ เช่น

  • She’s been over the moon after her boyfriend ask her to get married.
    เธอมีความสุขมากๆเลยหลังจากที่แฟนหนุ่มเธอขอแต่งงาน

** ask for the moon สำนวนนี้แปลว่า “ขอมากเกินไป อยากได้อะไรที่เป็นไปไม่ได้หรือมีค่ามากมหาศาล” ฝรั่งเขาเปรียบการขออะไรที่เป็นไปไม่ได้เหมือนกับการขอพระจันทร์น่ะค่ะ คือยังไงก็ไปสอยเอามาให้ไม่ได้หรอกค่ะ เช่น

  • Don’t ask for the moon with me. Be reasonable!
    อย่ามาขออะไรที่มากเกินไปกับผมนะ มีเหตุผลหน่อยสิ

** promise (someone) the moon / promise the moon to (someone)  จะใช้แบบไหนก็ได้นะคะ ได้ทั้งสองแบบเลย สำนวนนี้แปลว่า สัญญาอะไรที่เป็นไปไม่ได้ หรือง่ายๆเลยภาษาบ้านๆเรียกว่า “สัญญาอะไรลมๆแล้งๆ” เช่น

  • Don’t promise me the moon. I don’t want to get pain with your words any more.
    อย่าสัญญาอะไรลมๆแล้งๆกับฉันเลย ฉันไม่อยากเจ็บปวดกับคำพูดของคุณอีกต่อไป

**** ส่งท้ายด้วยประโยคนี้ค่ะ

  • I’m over the moon when I spend my time with this page. ^^

…อย่าลืมติดตามกันได้ในเพจ English 360 องศา

Nov 012013
 
helping-verb

helping verb

# มีคำถามๆมาว่า การเปลี่ยนประโยคให้เป็นประโยคปฏิเสธมีหลักยังไงคะ?  วันนี้เลยขออธิบายหลักการเปลี่ยนประโยคบอกเล่าเป็นปฏิเสธหน่อยนะคะ

  • โดยปกติประโยคปฏิเสธจะมีรูปร่างหน้าตาแตกต่างกันไปตาม tense นะคะ ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะแต่ละ tense จะมีกริยาช่วย (helping verb) ไม่เหมือนกัน
  • เหตุผลที่ต้องพูดถึง helping verb ก็เพราะว่า เจ้ากริยาช่วยนี่แหละค่ะที่จะช่วยเราในการเปลี่ยนประโยคบอกเล่าให้เป็นประโยคปฏิเสธ
  • วิธีการก็ง่ายแสนง่ายค่ะ แค่เอา not ไปใส่ไว้หลังกริยาช่วยในประโยคก็สามารถทำให้เป็นประโยคปฏิเสธได้แล้วล่ะค่ะ

กริยาช่วยมีอะไรบ้าง?

กริยาช่วยก็คือ

  • verb to do (do, does, did)
  • verb to have ( have, has, had)
  • verb to be ( is, am, are, was, were)

ลองมาดูตัวอย่างของแต่ละ tense กันเลยค่ะ

  • I go to work by bus every day. ( present simple tense)

ลองสังเกตประโยคนี้นะคะ ประโยค present simple tense บางประโยคจะไม่มี verb ช่วย ให้เราเอา verb to do เข้ามาช่วยทำให้เป็นปฏิเสธนะคะ ก็จะเป็น

  • I do not go to work by bus every day.

present simple tense บางประโยคเช่น

  • They are my friends.

ให้เติม not หลัง are ได้เลยค่ะ เป็น

  • They are not my friends.

ลองดู tense อื่นกันค่ะ Continue reading »

Nov 012013
 

# stay tuned

ถ้าใครเคยดูรายการโทรทัศน์หรือฟังรายการวิทยุของต่างประเทศ ก็น่าจะเคยได้ยินวลีนี้แน่ๆค่ะ
stay tuned. We will be right back. ซึ่งพิธีกรก็จะพูดตอนก่อนพักโฆษณาหรือที่ฝรั่งเค้าใช้คำว่า commercial break นั่นแหละค่ะ

พอจะเดากันออกมั๊ยคะว่ามันแปลว่าอะไร

  • Stay tuned แปลว่า อย่าเพิ่งเปลี่ยนช่องหรือเปลี่ยนคลื่นไปไหน ไงล่ะคะ ประมาณว่าให้รอติดตามรายการของเค้าต่อไปนั่นแหละค่ะ

** เอามาแบ่งปัน เผื่อใครเคยได้ดูหรือได้ฟังจะได้รู้ว่าเค้าพูดว่าอะไร ^^

…อย่าลืมติดตามกันได้ในเพจ English 360 องศา

 Posted by at 4:09 pm
Oct 132013
 

# have something done

วันนี้เอาโครงสร้างประโยคภาษาอังกฤษเก๋ๆ น่าสนใจ มาฝากกันค่ะ ซึ่งก็คือโครงสร้างแบบ have something done หรือ have something + v3

โครงสร้างแบบนี้ใช้เวลาที่เราต้องการบอกว่า ใครทำอะไรให้เรา โดยที่เรานั้นไม่ได้ทำด้วยตัวเอง เช่น ถ้าเราบอกว่า เราไปตัดผมมา โดยให้ช่างตัดให้ เราจะต้องพูดว่า

  • I have my hair cut. นะคะ

เราจะไม่พูดว่า I cut my hair เพราะคนฟังเขาจะเข้าใจว่า คุณตัดผมของคุณด้วยตัวเองค่ะ

ยังค่ะ!! ความพิเศษของมันยังไม่หมดเท่านี้ เพราะโครงสร้างประโยคแบบนี้สามารถผันได้ตาม Tense นะคะ มาดูตัวอย่างกันค่ะ

  • I had my car washed yesterday. (past simple)
  • She will have her nail painted. ( future simple)
  • They have had their house repaired. ( present perfect)
  • I’ m having the room painted. (present continuous)

** เราสามารถใช้ get แทน have ก็ได้ค่ะ เช่น

  • He got his car fixed.

*** มีโครงสร้างอีกแบบที่ใช้ในลักษณะคล้ายๆกันนี้ค่ะ คือ

  • have someone do something

โครงสร้างนี้ สังเกตมั๊ยคะ เราจะเพิ่ม someone เข้ามาเพื่อบอกว่าใครทำอะไรให้เรา และ verb ก็เป็น v1ไม่ใช่ v3 ค่ะ เช่น

  • I had my brother bite my finger!
  • I have my boyfriend drive my car.

** ลองเอาไปใช้ดูนะคะ ^^

…อย่าลืมติดตามกันได้ในเพจ English 360 องศา

 Posted by at 10:41 am
Oct 132013
 

# We need to talk!!

ขึ้นต้นมาแบบนี้ก็อย่าเพิ่งตกใจค่ะ นี่เป็นเพียงหนึ่งในตัวอย่างของประโยคที่เราเอาไว้พูดเวลาที่ต้องการขอคุย กับใครสักคนหนึ่ง ซึ่งเหมือนเป็นการเกริ่นๆให้เขารู้ตัว หรือถ้าหากเขากำลังเฮฮากับเพื่อนฝูงหรืออยู่ในวงสนทนาสาธารณะ เขาก็จะได้ปลีกตัวมาคุยกับเรา เพราะเรื่องที่เราอยากคุยอาจเป็นเรื่องส่วนตัวก็ได้ค่ะ

ประโยคแรกเลย ที่ค่อนข้างสุภาพหน่อย คือ

  • Do you have a minute?
    คุณมีเวลาว่างสักครู่มั๊ย?

ประโยคนี้ ถึงแม้ไม่บอกตรงๆว่ามีเรื่องจะคุยด้วย แต่ถ้ามีใครมาพูดอย่างนี้กับเรา เราก็จะเข้าใจได้เองว่า อีกฝ่ายคงต้องมีเรื่องจะคุยด้วยแน่ๆ หรือง่ายๆเลย งานกำลังจะเข้าเราแล้วนั่นเอง (555)

ต่อมาอาจจะตามด้วยประโยคนี้ก็ได้ค่ะ

  • Can I have a word with you?
    ขอคุยอะไรด้วยหน่อยได้ไหม?

นี่ไงคะ งานกำลังจะเข้าเราจริงๆ ^^ ยิ่งคนพูดทำหน้าเครียดก็เตรียมตัวเลยค่ะ
หรือใช้ประโยคนี้ก็ได้ค่ะ

  • I need to talk to you for a minute.
    ฉันจำเป็นต้องคุยกับคุณสักแป๊บนึง

หรือประโยคนี้

  • We need to talk.
    เรามีเรื่องต้องคุยกัน

** ดีกรีความสำคัญหรือความจริงจังของเรื่องที่จะพูดก็เรียงตามลำดับตามนี้เลย ล่ะค่ะ ยิ่งประโยคสุดท้ายเนี่ย ฟังแล้วเสียวสันหลัง พาให้คิดไปต่างๆนานาเลยล่ะว่า งานอะไรจะเข้าเราอีกเนี่ย ฮึฮึฮึ ยิ่งถ้าคำถามที่ตามมาคือ

  • Can I ask you something?
    ขอถามอะไรเธอหน่อยได้มั๊ย

หรือ

  • Do you mind If I ask you something?
    จะรังเกียจมั๊ยถ้าฉันจะถามอะไรเธอหน่อย

ก็อาจต้องทบทวนตัวเองให้ไวเลยว่าเราไปทำอะไรผิดมาหรือเปล่า
แต่บางทีเรื่องที่จะพูดก็อาจเป็นเรื่องธรรมดาทั่วๆไปก็ได้ค่ะ ^^ เพียงแต่ส่วนใหญ่ถ้าเกริ่นมาแบบนี้มันจะไม่ใช่เรื่องดีสักเท่าไหร่ค่ะ

แต่ที่สำคัญเลย ประโยคเหล่านี้จำเป็นมากค่ะ เอาไว้ส่งสัญญาณให้คู่สนทนาได้เตรียมตัวเตรียมใจ ไม่หัวใจวายตายไปเสียก่อนจะได้ฟังเรื่องที่เราจะพูดค่ะ ^^

…อย่าลืมติดตามกันได้ในเพจ English 360 องศา

 Posted by at 10:35 am
Oct 132013
 

# few, a few, little, a little

ทั้งสี่คำข้างบนนั้น แปลได้ว่า “น้อย” เหมือนกันหมดเลยค่ะ แต่การเลือกนำมาใช้ต่างกันเล็กน้อยนะคะ ลองมาดูสองคำแรกกันก่อนเลยค่ะ

** few, a few  คำว่า few และ a few ต้องใช้กับคำนามนับได้ค่ะ เช่น book, friend, tree, etc.
แต่การจะเลือกใช้ few หรือ a few นั้น ก็ต้องดูความหมายที่เราต้องการสื่ออีกทีนึงค่ะ เพราะถ้าเราเลือกใช้ few ความหมายจะเป็น negative นะคะ คือ “น้อยแบบแทบจะไม่มีอยู่เลย”
แต่ a few จะให้ความหมายเป็น positive ค่ะ คือ “น้อยแต่ก็ยังพอมีหรือพอใช้ได้อยู่”  เช่น

  • He has few friends here.
    เขาแทบจะไม่มีเพื่อนที่นี่เลย
  • We have a few sheets of ham left, so we can make sandwiches for lunch.
    เรายังพอมีแผ่นแฮมเหลืออยู่ ยังพอเอามาทำแซนวิชสำหรับมื้อเที่ยงได้

** little, a little แปลว่า น้อย เหมือนกัน แต่เราจะใช้ little หรือ a little กับคำนามที่นับไม่ได้ค่ะ เช่น rice, sugar, water, etc.
ความแตกต่างของสองตัวนี้ก็เหมือนด้านบนค่ะ คือ little ให้ความหมายเป็น negative ส่วน a little จะให้ความหมายเป็น positive ค่ะ ลองดูตัวอย่างกันค่ะ

  • I have a little sugar in the kitchen.
    ฉันพอจะมีน้ำตาลอยู่ในครัวอีกนิดหน่อย
  • Do we survive? We have little water left.
    เราจะรอดมั๊ย พวกเราแทบไม่เหลือน้ำดื่มเลย

# สรุปง่ายๆก็คือ ถ้ามี a นำหน้า few หรือ little ความหมายจะเป็น positive ค่ะ
แต่ถ้าไม่มีก็จะเป็น negative ค่ะ เลือกใช้ให้ถูกด้วยนะคะ ^^

…อย่าลืมติดตามกันได้ในเพจ English 360 องศา

 Posted by at 10:30 am
Oct 132013
 

# complement ส่วนเติมเต็มของประโยค

ประโยคภาษาอังกฤษบางประโยคไม่มีกรรม แต่ส่วนที่อยู่ต่อจากคำกริยา เขาจะเรียกว่าส่วนเติมเต็มของประโยคค่ะ ซึ่งก็คือส่วนขยายที่ทำให้ประโยคสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นนะคะ หรือบางประโยคที่มีกรรมอยู่แล้วก็สามารถมี complement ได้เช่นกันค่ะ

complement อาจจะเป็นคำ Noun, Adjective, Adverb, verb ฯลฯ ก็ได้ค่ะ

complement มี 2 ประเภทด้วยกันค่ะ

** Subjective Complement คือ “ส่วนขยายประธาน” ซึ่งส่วนขยายนั้นจะมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับตัวประธานค่ะ โครงสร้างคร่าวๆ ของประโยคที่มีื subjective complement ก็คือ
>>> S + V + Subjective complement
กริยาส่วนใหญ่ที่มันตามหลังก็จะอยู่ในกลุ่ม linking verb ค่ะ  เช่น

  • He is a coward.
    เขาเป็นคนขี้ขลาด
  • They looks very tired.
    พวกเขาดูเหนื่อยล้ามาก

คำว่า a coward และ very tired เป็น subjective complement ที่มาขยายประธาน He กับ They ค่ะ

** Objective Complement คือ “ส่วนขยายกรรม” ซึ่งส่วนขยายนี้จะเกี่ยวข้องกับกรรมโดยตรงค่ะ โครงสร้างก็คือ
>>> S + V + O + Objective complement
เช่น

  • He makes me angry.
    เขาทำให้ฉันโกรธ
  • We chose him the President.
    พวกเราเลือกเขาเป็นประธานาธิบดี
  • You should keep the room clean.
    คุณควรจะทำให้ห้องสะอาดอยู่เสมอนะ
  • I saw him enter the house.
    ฉันเห็นเขาเดินเข้าไปในบ้าน

คำอธิบาย :
angry เป็น Objective complement ที่ขยายกรรม me
the President ขยายกรรม him
clean ขยายกรรม the room
enter the house ขยายกรรม him

…อย่าลืมติดตามกันได้ในเพจ English 360 องศา

 Posted by at 10:23 am
Oct 132013
 

# สำนวน bigwig

คำว่า big กับ wig พอนำมารวมกันจะกลายเป็นสำนวน แปลว่า “บุคคลสำคัญ, ผู้มีอิทธิพล” ค่ะ ส่วนมากเราก็มักจะหมายถึง คนสำคัญในองค์กรใดองค์กรหนึ่ง หรือผู้ที่มีอำนาจที่สามารถชี้เป็นชี้ตายได้ ตัวอย่างเช่น

  • Don’t make him angry. He is really a bigwig in the company.
    อย่าทำให้เขาโกรธเชียวล่ะ เขาเป็นคนสำคัญในบริษัทเลยนะ

อีกสำนวนหนึ่งที่คล้ายๆกันก็คือ คำว่า big shot ค่ะ
สำนวนนี้ก็แปลว่า คนสำคัญ, ผู้มีอิทธิพล ได้เหมือนกันค่ะ
เช่น

  • He is a big shot in media business in Thailand.
    เขาเป็นเจ้าพ่อธุรกิจสื่อในประเทศไทย

…อย่าลืมติดตามกันได้ในเพจ English 360 องศา

 Posted by at 10:20 am