Feb 052014
 

# สำนวน anything but…
anything but
ลองดูจากประโยคนี้นะคะ

  • I’m anything but ordinary.

ลองแปลแบบตรงตัว แบบที่ไม่เคยรู้จักสำนวน anything but มาก่อนก็จะแปลได้ว่า
“ฉันเป็นอะไรก็ตามแต่ธรรมดา”

ฟังดูงงๆมั๊ย แปลแล้วไม่ได้ใจความเอาซะเลย  ลองมาดูความหมายจริงๆของมันกันดีกว่าค่ะ
anything but แปลเทียบเคียงได้เหมือน not แหละค่ะ ดังนั้นประโยคข้างบนคนพูดเขาอยากจะบอกว่า
ข้าน่ะ ไม่ธรรมดานะจะบอกให้ ^^

ลองดูตัวอย่างอื่นกันค่ะ

  • The party was anything but fun.
    ปาร์ตี้นั่นน่ะไม่สนุกเอาซะเลย
    ( = The party was not fun)
  • He is kind of anything but polite.
    เขาค่อนข้างหยาบคายน่ะ

** สุดท้ายนี้ก็หวังว่า คุณผู้อ่านทั้งหลายจะไม่คิดว่า
This page is anything but boring. นะคะ ^____^

…อย่าลืมติดตามกันได้ในเพจ English 360 องศา

 Posted by at 5:51 pm
Feb 052014
 

จากโพสต์ที่แล้วได้อธิบายถึงเรื่องการใช้ if ที่แปลว่า ‘หรือไม่’ จึงเกิดคำถามว่า แล้ว whether ใช้ได้เหมือน if มั๊ย

Whether กับ if สามารถใช้แทนกันได้ในความหมายว่า “หรือไม่” ในบางกรณี รายละเอียดความแตกต่างในการใช้มี ดังนี้ค่ะ

1. ถ้าอยู่หลัง preposition จะใช้ whether เท่านั้นค่ะ เช่น

  • It depends on whether he improves his behavior.

2. เราจะใช้ whether เท่านั้น ในกรณีที่นำหน้า to infinitive เช่น

  • They can’t decide whether to get married now or wait.

3. ถ้าส่วนที่เป็นคำถามทำหน้าที่เป็นประธานหรือเป็นส่วนเติมเต็มในประโยค เราจะเลือกใช้ whether มากกว่าใช้ if เช่น

  • Whether the meeting is cancelled is still unknown.

4. ถ้าเป็นประโยคคำถามแบบให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เราจะเลือกใช้ whether เช่น

  • The directors have not decided whether they will recommend a dividend or reinvest the profits.

** ขอเสริมนิดนึงนะคะ
Whether สามารถใช้ในความหมายว่า “ไม่ว่า…” ได้เหมือนกัน เช่น

  • You must come with me whether you want or not.
    คุณต้องมากับผมไม่ว่าคุณจะอยากมาหรือไม่ก็ตาม

การใช้ในลักษณะนี้ มักเติม or not เข้าไปด้วย

…อย่าลืมติดตามกันได้ในเพจ English 360 องศา

 Posted by at 5:48 pm
Feb 052014
 

# เมื่อ if ไม่ได้แปลว่า “ถ้า”

ปกติเห็น if เมื่อไหร่ ต้องแปลว่า “ถ้า” แน่นอน ใช่มั๊ยคะ แต่รู้หรือไม่ if ใช้ในอีกความหมายนึงได้เหมือนกั
ลองดูประโยคนี้ค่ะ

  • I’m not sure if he keeps his promise.

ประโยคนี้ if ไม่ได้แปลว่า ถ้า นะคะ แต่แปลว่า หรือไม่ หรือเปล่า
ประโยคนี้จึงแปลได้ว่า  “ฉันไม่แน่ใจว่าเขาจะรักษาสัญญาหรือเปล่า”

If ในที่นี้จึงใช้ได้ในอีกกรณีนึงคือ ใช้แสดงคำถามแบบ indirect question ค่ะ หรือตั้งคำถามแบบอ้อมๆ เพราะผู้พูดไม่แน่ใจ ว่าสิ่งนั้นสิ่งนี้จะเป็นจริงหรือเปล่า

มาดูตัวอย่างอื่นกันค่ะ

  • I shouldn’t have said like that. I don’t know if he gets angry.
    ฉันไม่น่าจะพูดอย่างนั้นเลย ฉันไม่รู้ว่าเขาจะโกรธหรือเปล่า
  • She asked me if I can go right now.
    เธอถามฉันว่าจะไปตอนนี้เลยได้มั๊ย
  • I really wonder if it is worth to spend my entire life with him.
    ฉันสงสัยจริงๆเลยว่ามันคุ้มค่าหรือเปล่าที่จะใช้ทั้งชีวิตของฉันไปกับเขา

** สังเกตนะคะว่าเวลาแปลออกมาจะมีลักษณะเหมือนประโยคคำถาม แต่เราจะไม่ใส่เครื่องหมายคำถามท้ายประโยคนะคะ

*** ฉะนั้น เจอ if ที่ไหน อย่าเพิ่งรีบแปลว่า ‘ถ้า’ นะคะ ดูบริบทรอบๆสักนิดนึง ^^

…อย่าลืมติดตามกันได้ในเพจ English 360 องศา

 Posted by at 5:46 pm
Feb 052014
 

# to กับ for ใช้สับสนกันป่ะ!!!

เป็นกันมั๊ย เวลาจะใช้ to หรือ for ก็เกิดคิดไม่ตก สับสนว่าจะใช้คำไหนดี
หลักการใช้สองคำนี้ มีว่าอย่างนี้ค่ะ

เราจะใช้ to กับการเคลื่อนย้าย จากจุดหนึ่งหรือสิ่งหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งหรืออีกสิ่งหนึ่ง หรือมีการโอนย้ายแลกเปลี่ยน
เช่น

  • I’ll drive you to school.
  • He sent this letter to you.
  • I wanna talk to you.

แต่การใช้ for ในการบอกวัตถุประสงค์ที่ทำด้วยความตั้งใจ หรือทำด้วยใจ เช่น

  • I sing this song for you.
  • She made this for you.

** ในประโยคนี้ “คุณสำคัญสำหรับฉัน”
หลายคนอาจจะเคยเขียนผิดเป็น  You are important for me.
เพราะแปลจากไทยเป็นอังกฤษแบบคำต่อคำ  “สำหรับ” ก็แปลว่า for ไง ใช่มั๊ย
แต่จริงๆแล้วต้องเขียนว่า You are important to me.

ถ้า important to + someone จะหมายถึง สำคัญกับใครในแง่ความรู้สึก

แต่ถ้า important for
จะหมายถึง สำคัญกับในแง่มีประโยชน์ เช่น

  • He is important for our organization.

**ประโยคนี้ก็ใช้ to เหมือนกันนะคะ

  • You are everything to me. ^^

…อย่าลืมติดตามกันได้ในเพจ English 360 องศา

 Posted by at 5:44 pm
Feb 052014
 

Happy Children's Day

“Children close their ears to advice but open their eyes to example.”

“เด็กๆมักจะไม่รับฟังคำแนะนำ
แต่จะมองดูสิ่งที่คุณทำแล้วจำไว้แบบอย่าง”

** วิธีสอนเด็กที่ดีที่สุด ก็คือการทำเป็นแบบอย่างให้เขาเห็น  ก็คงเหมือนคำที่ว่า “สิบปากว่า ไม่เท่าตาเห็น”

พวกเขาจะเติบโตมาแบบไหน ก็ขึ้นอยู่กับสิ่งที่ผู้ใหญ่อย่างเราๆทำให้เขาดู ^^

Happy Children’s Day
สุขสันต์วันเด็ก ^^

…อย่าลืมติดตามกันได้ในเพจ English 360 องศา

 Posted by at 5:40 pm
Feb 022014
 

# arrive กับ reach ต่างกันอย่างไร

arrive กับ reach มีความหมายว่า “มาถึง” เหมือนกัน
แต่สองคำนี้มีวิธีใช้ต่างกันเล็กน้อยค่ะ

** มาดูที่ arrive กันก่อนค่ะ
arrive เป็น verb แปลว่า “มาถึง”
แต่พอเวลาจะใช้เคยสับสนกันมั๊ยคะ จะใช้กับบุพบทอะไรดี จะ in จะ at จะ to หรือจะ arrive เฉยๆ
จริงๆแล้ว arrive ใช้ได้กับบุพบท in กับ at ค่ะ

in – จะใช้กับการมาถึง เมือง, เมืองหลวง, ประเทศ
at – จะใช้กับการมาถึงสถานที่เล็กๆกว่านั้น เช่น โรงเรียน, หมู่บ้าน สนามบิน ฯลฯ
เช่น

  • I’ve just arrived in Bangalore.
    ฉันเพิ่งมาถึงบังกาลอร์
  • She’s already arrived at school.
    เธอมาถึงโรงเรียนแล้ว

** คำว่า reach แปลว่า “มาถึง, เอื้อมถึง”
ถ้าจะใช้ reach ไม่ว่าจะเป็นสถานที่เล็กหรือใหญ่ไม่ต้องใส่บุพบทใดๆเลย ให้ตามด้วย object ได้เลยค่ะ เช่น

  • They haven’t reached home yet.
    พวกเขายังไม่ถึงบ้านเลย
  • Finally, we reached the top of the mountain.
    ในที่สุด พวกเราก็มาถึงยอดเขากันจนได้
  • Can you reach that book for me?
    คุณช่วยเอื้อมหยิบหนังสือนั่นให้หน่อยได้ั๊มั๊ย?

…อย่าลืมติดตามกันได้ในเพจ English 360 องศา

 Posted by at 5:40 pm
Jan 242014
 
การใช้ need

การใช้ need

การใช้ need

need เป็นคำกริยาที่ดูเหมือนจะใช้ไม่ยากนะคะ แต่เจ้ากริยา need เนี่ย ความพิเศษของมันก็คือ มันเป็นได้ทั้งกริยาหลัก (main verb) และ กริยาช่วย (modal verb) มาดูรูปแบบการใช้ need กันค่ะ

1. ใช้ need อย่างกริยาหลัก ในประโยค

* need + คำนาม = ต้องการอย่างมากหรือจำเป็น เช่น

  • I need a toilet!! I can’t hold it anymore.
    ชั้นอยากเข้าห้องน้ำ อั้นจะไม่ไหวแล้ว

* need + to + V1 (need to do something)
แปลว่า ต้องการหรือจำเป็นต้องทำอะไร เช่น

  • You need to attend the meeting.
    คุณต้องเข้าประชุม

** ข้อควรระวัง ถ้าใช้ need อย่าง main verb เวลาทำเป็นรูปปฏิเสธหรือคำถาม ต้องใช้ verb to do เข้ามาช่วย เช่น

  • You don’t need to go there.
    คุณไม่จำเป็นต้องไปที่นั่น

2. ใช้ need อย่าง กริยาช่วยหรือ modal verb

* need + V1
ถ้าใช้แบบนี้ไม่ต้องใส่ to ค่ะ เช่น

  • You need sleep.
    คุณจำเป็นต้องนอน

* ถ้าใช้อย่างกริยาช่วยไม่จำเป็นต้องเอา verb to do เข้ามาช่วยค่ะ เติม not หลัง need ได้เลย และเวลาตั้งคำถามก็สามารถใช้ need ขึ้นต้นประโยคได้เลยค่ะ เช่น

  • She need not buy a car.
    หล่อนไม่จำเป็นต้องซื้อรถ
  • Need you stay up tonight?
    คืนนี้คุณต้องอยู่ดึกมั๊ย?

3. การใช้ need อีกแบบคือ ใช้ในโครงสร้าง
need + Ving (need doing something)
แปลว่า จำเป็นต้องได้รับการทำอะไร เป็นโครงสร้างถูกกระทำค่ะ กรณีที่ประธานของประโยคไม่ได้ทำเอง เช่น

  • Your room needs cleaning.
    ห้องเธอน่ะต้องทำความสะอาดมั่งนะ
  • Does the engine need checking?
    เครื่องยนต์จำเป็นต้องได้รับการตรวจสภาพมั๊ย?

*** จะใช้ need แต่ละทีก็เลือกใช้ให้ถูกนะคะ ^^

…อย่าลืมติดตามกันได้ในเพจ English 360 องศา

Jan 242014
 

# สำนวน leave no stone unturned

สำนวน leave no stone unturned

สำนวน leave no stone unturned

สำนวนนี้แปลว่า “พยายามอย่างสุดความสามารถ, พยายามทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้” อาจจะเพื่อค้นหาบางอย่างหรือเพื่อให้บางอย่างได้ผลลัพธ์ออกมาตามต้องการ

ถ้าแปลตรงตัวก็คือ จะไม่ปล่อยให้มีก้อนหินก้อนไหนไม่ถูกพลิก ก็ประมาณว่า จะพยายามทำอย่างเต็มที่เหมือนกับพลิกก้อนหินหามันทุกก้อนยังไงอย่างงั้นเลย

ตัวอย่างประโยคค่ะ

  • The police left no stone unturned in search for the missing pupil.
    ตำรวจพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะค้นหาเด็กหาย
  • Both sides have vowed to leave no stone unturned in the search for peace.
    ทั้งสองฝ่ายให้คำมั่นสัญญาว่าจะพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้เกิดสันติภาพ
  • We must leave no stone unturned to raise ten thousand dollars to open the orphanage.พวกเราจะพยายามอย่างเต็มที่ที่จะหาเงินให้ได้ 10,000 ดอลล่าร์เพื่อเปิดบ้านเด็กกำพร้า

…อย่าลืมติดตามกันได้ในเพจ English 360 องศา

Jan 242014
 

Computer Vocabulary

  • Adware –  A software application which displays unwanted pop-up advertisements on your computer while in use. Adware is often installed on your computer at the same   time as free software or shareware.
  • Anti virus software – A program that finds and removes viruses from a computer.
  • Application -An application is any program designed to perform a specific function directly for  the user. Microsoft Word, Excel, Outlook or Adobe Photoshop are examples of  application programs.
  • Backup – A copy of files from a computer’s hard disk, usually made on some external medium such as CD-ROM or flash drive. A backup is made in case the hard disk file(s) are erased or damaged.
  • Bit, Bytes – A bit is the smallest piece of information that computers use. For simplicity, a PC uses bits in groups of 8 called bytes (8 bits = 1 byte).
  • Bluetooth – A way of communicating wirelessly over short distances between electronic devices (for example computer and mobile telephone)
  • Boot, Boot up, Boot disk – You boot (or boot up) your computer when you switch it on and wait while it prepares itself. Instructions for startup are given to the computer from the boot disk, which is usually the hard disk.
  • Browser – A program or tool such as Internet Explorer ,Firefox or Mozilla that enables you to browse use it to view  or browse the Internet sites.
  • Bug – A defect or fault in a computer program that prevents it from working correctly.
    Bugs are caused by mistakes or errors made by the people who write the
    programme. Continue reading »
Jan 222014
 
1 ability ความสามารถ
2 about เกี่ยวกับ
3 above ข้างต้น
4 abroad ในต่างประเทศ
5 absence การไม่อยู่
6 absent ไม่อยู่
7 accept ยอมรับ
8 acceptable ยอมรับได้
9 accident อุบัติเหตุ
10 accordance ความสอดคล้อง
11 according to ตามที่
12 account บัญชี
13 ache ปวดเมื่อย
14 acid กรด
15 across ข้าม
16 act การกระทำ
17 action การกระทำ
18 active กระตือรือร้น, กระฉับกระเฉง
19 activity กิจกรรม
20 actor นักแสดง
21 actress นักแสดงหญิง
22 actual ที่เกิดขึ้นจริง
23 add เพิ่ม
24 addition การบวก,การเพิ่ม
25 address ที่อยู่
26 adjective คำคุณศัพท์
27 admiration การชมเชย
28 admire ชม
29 admit ยอมรับ
30 admittance การอนุญาตให้เข้า
31 adult ผู้ใหญ่
32 advanced ก้าวหน้า
33 advantage ความได้เปรียบ
34 adventure การผจญภัย
35 adverb คำวิเศษณ์
36 advertise โฆษณา
37 advertisement การโฆษณา
38 advice แนะนำ
39 advise คำแนะนำ
40 affair เรื่อง
41 afford สามารถซื้อได้
42 afraid กลัว
43 after หลัง,หลังจาก
44 afternoon ตอนบ่าย
45 afterwards ภายหลัง
46 again อีกครั้ง
47 against ต่อต้าน,พิง
48 age อายุ
49 ago ที่ผ่านมา
50 agree ตกลง

Continue reading »