May 022014
 

# สำนวน make ends meet

สำนวน make ends meet

สำนวน make ends meet

ใครที่เป็นมนุษย์เงินเดือนคงจะรู้ซึ้งดีว่า ต้นเดือนกับปลายเดือนมันช่างแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ต้นเดือนอยู่อย่างราชา แต่ปลายเดือนต้องอดออมเป็นยาจก เพราะต้องใช้เงินที่มีอยู่ให้ครบเดือนให้ได้ สำนวนภาษาอังกฤษใช้คำว่า make ends meet หรือ make both ends meet ค่ะ แปลว่า ทำให้รายได้พอกับค่าใช้จ่าย มีเงินใช้พอได้ทั้งเดือน ตรงกับสำนวนไทยอันนี้ค่ะ “ชักหน้าให้ถึงหลัง” เช่น

It’s not easy to make ends meet every month.
ไม่ง่ายเลยที่จะชักหน้าให้ถึงหลังได้ทุกเดือน

้He always spends money extravagantly, so he cannot make ends meet.
เขามักจะใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายเลยชักหน้าไม่ค่อยถึงหลัง

็He borrowed my money because he could not make ends meet.
เขามายืมเงินฉันเพราะว่าไม่มีเงินใช้พอเดือน

** เกิดเป็นมนุษย์เงินเดือนนี่แสนลำบาก ว่ามั๊ย?? เพราะเงินเดือนมันชอบกลายเป็นเงินไม่ถึงเดือนแทบทุกทีสิน่า!!!! ^^

…อย่าลืมติดตามกันได้ในเพจ English 360 องศา

 Posted by at 10:20 pm
May 022014
 

อินไปกับละคร ภาษาอังกฤษพูดว่าอย่างนี้ค่ะ

I’m really into this soap opera.

** สำนวน be into something เคยโพสมาหลายโพสก่อนหน้านี้แล้ว แต่จะต่างความหมายกันออกไป เพราะต่างสถานการณ์กันค่ะ

มีอีกสำนวนนึงค่ะ คือ I was taken by it. สำนวนนี้ค่อนข้างจะแปลยาก ถ้าแปลตรงตัวจะแปลว่า ฉันถูกนำพา หรือถูกทำให้คล้อยตาม ซึ่งแปลได้ความเหมือนกับ ฉันอินกับละครค่ะ

…อย่าลืมติดตามกันได้ในเพจ English 360 องศา

 Posted by at 10:18 pm
May 022014
 

selfie

Have you taken a selfie today?
วันนี้คุณถ่ายรูปตัวเองแล้วหรือยัง ^^

** selfie แปลว่า การถ่ายรูปตัวเอง เป็นศัพท์ที่บัญญัติขึ้นมาให้เข้ากับวัฒนธรรมของคนในเจเนอเรชั่นนี้ค่ะ

…อย่าลืมติดตามกันได้ในเพจ English 360 องศา

 Posted by at 10:15 pm
May 022014
 

# “เขาเป็นสเป๊กฉัน” พูดว่าไง??

He's my type. เขาเป็นสเป๊กฉัน

He’s my type. เขาเป็นสเป๊กฉัน

ประโยคนี้เราไม่พูดตรงตัวว่า He’s my spec. นะคะ แต่เราจะพูดว่า
He’s my type. ค่ะ แปลว่า เขาเนี่ยแหละสเป๊กฉัน เป็นแบบที่ฉันตามหาเลย

แต่ถ้าจะบอกว่า เขาเป็นคนที่ใช่ ให้ใช้คำว่า right ค่ะ right ที่แปลว่า ถูกต้องนี่แหละ เช่น

Finally, I’ve found my right man.
(ในที่สุดก็เจอคนที่ใช่ซะที)

He’s not my type at all, but he finally becomes my right one.
เขาไม่ใช่สเป๊กฉันสักนิด แต่สุดท้ายก็กลายมาเป็นคนที่ใช่

** What will you do when your type ends up not being the right?

คุณจะทำยังไง?? เมื่อคนที่ตรงสเป๊ก กลับกลายเป็นคนที่ไม่ใช่ซะงั้น…
(บางคนบอกว่า จะตรงสเป๊กหรือไม่ จะใช่หรือไม่ใช่ ก็ขอให้เจอซักคนเถ๊อะ 555) ^^

…อย่าลืมติดตามกันได้ในเพจ English 360 องศา

 

 Posted by at 10:12 pm
May 022014
 

# ว่าด้วยเรื่องของ by

ว่าด้วยเรื่องของ by

ว่าด้วยเรื่องของ by

บางคนบอกคำนี้ง่ายจะตาย by เรียนมาตั้งแต่ประถม แต่ถามจริง เวลาเจอในบางประโยค คุณเคยใช้ความหมายที่เคยรู้แล้วแปลออกมาทะแม่งๆมั๊ย นั่นเป็นเพราะ by มันไม่ได้แปลว่า “โดย” อย่างเดียวไงล่ะ

1.  มาดูความหมายเบสิคๆก่อน by แปลว่า โดย… หรือ ด้วยวิธี… ใช้บอกวิธีการเดินทาง หรือทำสิ่งนั้นด้วยวิธีไหน หรือทำด้วยอะไร เช่น

  • I return home by bus.
    ฉันกลับบ้านโดยรถบัส
  • English is still taught by traditional method.
    เรายังสอนภาษาอังกฤษด้วยวิธีเดิมๆกันอยู่
  • These shoes are made by hand.
    รองเท้านี้ทำด้วยมือ

2.  by แปลว่า ใกล้

  • I live by the river.
    ฉันอาศัยอยู่ใกล้แม่น้ำ
  • I sat by him in the meeting yesterday.
    ฉันนั่งข้างๆเขาตอนประชุมเมื่อวาน

3.  by แปลว่า ก่อน

  • The report must be handed in by Friday.
    คุณต้องส่งรายงานก่อนวันศุกร์นี้ (ก่อนหรือภายในวันศุกร์ก็ยังได้ แต่วันเสาร์นี่ไม่ได้แน่นอน)
  • I’ll be there by 10 a.m.
    ฉันจะไปถึงก่อน 10 โมง

…อย่าลืมติดตามกันได้ในเพจ English 360 องศา

 Posted by at 10:10 pm
Apr 022014
 

# Try doing something / Try to do something

Try doing something / Try to do

Try doing something / Try to do

หลายคนอาจจะเคยเห็น try ตามด้วย to บ้าง หรือตามด้วย Ving บ้าง คำถามคือ แล้วมันแปลเหมือนกันมั๊ย??

คำตอบคือ ไม่เหมือนค่ะ (อ้าววว กรรม แปลเหมือนกันมาตลอดเลย 55)
ส่วนใหญ่เราจะรู้จัก try ในความหมายว่า “พยายาม” แต่มีอีกความหมายคือ แปลว่า “ลอง” ค่ะ

Try to do something แปลว่า พยายาม ค่ะ (เรื่องที่ต้องพยายามทำ เพราะดูเหมือนจะยาก ต้องใช้ความพยายามในการทำ) เช่น

  • I tried to finish my essay all night.
    ฉันพยายามจะเขียนเรียงความให้เสร็จทั้งคืนเลย
  • He tries to make up with her.
    เขาพยายามขอคืนดีกับเธอ

แต่ Try doing something แปลว่า ลองทำ ค่ะ (ดูจะป็นเรื่องที่ไม่ต้องพยายามอะไรมาก ) เช่น

  • I’ll try studying Chinese.
    ฉันจะลองเรียนภาษาจีนดู

*** Try + noun ให้ความหมายว่า ลอง ก็ได้ค่ะ เช่น

  • I will try this food
    ฉันจะลองกินอันนี้ดู
  • I will try this shirt.
    ฉันจะลองใส่เสื้อตัวนี้

** Try doing the impossible because it will be possible one day.

ลองทำเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ดู สักวันมันจะเป็นไปได้ ^^

…อย่าลืมติดตามกันได้ในเพจ English 360 องศา

 Posted by at 10:37 pm
Apr 022014
 

# badly

badly

badly

“I miss you badly.”
กำลังฟินกับ I miss you อยู่ดีๆ ดันมี badly มาต่อท้ายซะงั้น ด้วยความรู้เท่าที่มี badly ก็แปลว่า อย่างเลว อย่างแย่
แล้วคิดถึงอย่างเลวๆเนี่ยยย คือ…!!!!??

อย่าเพิ่งหมดอารมณ์ค่ะ เพราะ badly เนี่ยแปลว่า “อย่างมาก” ก็ได้ด้วยนะเออ
รู้อย่างนี้แล้วก็แปลประโยคข้างบนซะใหม่ค่ะว่า “ชั้นคิดถึงเธอสุดๆ”

แหม่ เล่นเอาความสัมพันธ์เกือบร้าวฉาน 555 ยังมีอีกคำค่ะ คำว่า so bad ในภาษาพูดแปลว่า อย่างมาก ได้เหมือนกัน เช่น

I really miss you so bad.

ตัวอย่างอื่นค่ะ

I want something to eat so badly.
ชั้นหิวไส้แทบขาดแล้ว

I need your help so bad.
ชั้นต้องการความช่วยเหลือมากๆเลย

** อย่าลืมว่าต้องเช็คบริบทเวลาแปลด้วยค่ะ และอย่าลืมว่า I love you all badly. ^__^

…อย่าลืมติดตามกันได้ในเพจ English 360 องศา

 Posted by at 10:22 pm
Apr 022014
 
stuck in the traffic

stuck in the traffic

There’s a lot of traffic today.
วันนี้รถติดมากค่ะ
ใช้ประโยคนี้ก็ได้ค่ะ
I’m stuck in the traffic.

แต่ถ้ารถไม่ติดเลย รถเคลื่อนตัวได้ดี ใช้ประโยคนี้ค่ะ

There is no traffic today. หรือ There isn’t any traffic today.

…อย่าลืมติดตามกันได้ในเพจ English 360 องศา

 Posted by at 10:20 pm
Apr 022014
 

# at all

at all

at all

หลายคนสงสัย เจอคำว่า at all ในประโยค เอ๊ะ!! จะแปลยังไง เปิดดิกชันนารีเขาแปลว่า ทั้งหมด ทั้งสิ้น พอเจอประโยคนี้ปุ๊บ

I don’t even know him at all.
เปิดพจนานุกรมมาแล้ว แปลเลยจ่ะประโยคนี้ แปลว่า “ฉันไม่รู้จักเขาทั้งหมด”
เอิ่มมมมมมม แปลแล้วเข้าใจม๊ากกกก คิ้วชนกันเลย!!! รู้จักเขาไม่ทั้งหมด แสดงว่ารู้จักแค่ครึ่งเดียวใช่มั๊ย 5555 ไม่เคยได้ยินคนไทยคนไหนพูดประโยคแบบนี้มาก่อนเลยในชีวิต แบบว่าไม่ make sense เลย

เอาละค่ะ เดากันมาพอแล้วใช่มั๊ยคะ จริงๆคำว่า at all เนี่ย ถ้าให้เทียบสำนวนภาษาแบบไทยๆเนี่ย ก็จะตรงกับคำว่า “เลย”, “แม้แต่นิดเดียว” ค่ะ เช่น
ประโยคข้างบนเนี่ยก็จะแปลว่า
“ชั้นไม่รู้จักเขาเลยแม้แต่นิดเดียว” (ฮ้าาาา ฟังดูเป็นภาษาไทยมากขึ้น 5555)

** ปกติ at all เนี่ยจะใช้กับรูปประโยคปฏิเสธค่ะ เช่น

She hardly talked to me at all.
นางแทบจะไม่พูดกับชั้นเลย!

A: Do you mind opening that window? It’s so hot here.
(คุณจะว่าอะไรไหมถ้าจะเปิดหน้าต่างนั่น ที่นี่ร้อนสุดๆเลย)
B: No, Not at all. (ไม่ค่ะ ไม่เลย)

I don’t love you at all.
ฉันไม่ได้รักคุณเลยแม้แต่นิดเดียว

Don’t bother me talking about his matter. I don’t care about him at all.
อย่าเอาแต่พูดเรื่องเขาให้ชั้นรำคาญเลย ชั้นไม่สนใจเขาเลยสักนิด

** พอจะเข้าใจการใช้ at all กันบ้างแล้วนะคะ หรือว่า
I don’t understand it at all. T.T

…อย่าลืมติดตามกันได้ในเพจ English 360 องศา

 Posted by at 10:08 pm
Apr 022014
 

# The + adj.

ในบางครั้ง เวลาที่เราอยากพูดถึงคนที่มีลักษณะเช่นใด เช่น คนรวย คนจน คนขี้ขลาด ก็ใช้โครงสร้าง the + adj. ที่บอกลักษณะนั้นๆ ได้โดยไม่ต้องมี man หรือ people มาต่อท้าย เช่น
The rich (คนรวย)
The poor (คนจน)
The coward (คนขี้ขลาด)

** การใช้ลักษณะเช่นนี้ต้องใช้ article the เท่านั้น และจะใช้เหมือนนามพหูพจน์ค่ะ เพราะเราหมายถึงกลุ่มคน ไม่ใช่คนๆแค่คนเดียว

The rich are not always happy.
คนรวยก็ไม่ได้มีความสุขเสมอไปหรอก

The honest never tell lie.
คนซื่อสัตย์จะไม่พูดโกหก

** When the going gets tough, the tough get going.
“เมื่อพบอุปสรรค คนที่แข็งแกร่งก็จะพยายามผ่านมันไปให้ได้”

tough ตัวแรก เป็น adj. หมายถึง ยากลำบาก
tough ตัวที่สอง เป็น นาม ( The + tough) หมายถึง คนที่แข็งแกร่ง

…อย่าลืมติดตามกันได้ในเพจ English 360 องศา

 Posted by at 10:05 pm