Click to listen highlighted text!
May 022014
 

กริยา

addict to

addict to

 

“I’m seriously addicted to Line Cookie Run.”

หลายคนคงมีอาการแบบนี้ คือ อาการติดเกมคุ้กกี้รัน ไงล่ะคะ

กริยา addict to แปลว่า “ทำให้ติดหรือหมกมุ่นกับบางอย่าง” เวลาใช้จะใช้ในรูป passive voice เสมอค่ะ เพราะถูกสิ่งนั้นๆทำให้ติด
ถ้าติดอย่างอื่นก็ใช้เหมือนกันค่ะ

I’m really addicted to social network.

Many teenagers are addicted to online game.

…อย่าลืมติดตามกันได้ในเพจ English 360 องศา

 Posted by at 10:38 pm
May 022014
 

# สำนวน seeing someone

ปกติ see จะแปลว่า เห็น, ไปพบ, เข้าใจ ใช่มั๊ยคะ แต่ในสำนวน seeing someone แปลว่า คบหากับใครสักคน ดูๆกันอยู่ ประมาณนั้นค่ะ
เช่น

I’m seeing James.
ชั้นกำลังคบเจมส์อยู่ (เจมส์จิฯ ป่าวน้า 555)

Between you and me!! He’s seeing someone.
รู้แล้วเหยียบไว้เลยนะ!! เขากำลังคบใครสักคนอยู่

** Are you seeing someone? ^^

…อย่าลืมติดตามกันได้ในเพจ English 360 องศา

 Posted by at 10:35 pm
May 022014
 

# รู้หรือไม่?? กริยาบางตัวเติม -ing เพื่อแปลว่า “กำลังทำ” ไม่ได้
ing
เป็นอีกเรื่องที่เรามักจะใช้กันผิดค่ะ กริยาที่เติม -ing เพื่อเป็น continuous ไม่ได้ จะเป็นกริยาในกลุ่มที่แสดงอารมณ์ ความรู้สึก เช่น
love (รัก) like (ชอบ) hate (เกลียด) want (ต้องการ) need (ต้องการ) mind (รังเกียจ)
หรือแสดงภาวะทางจิตใจ เช่น
believe (เชื่อ)
know (รู้)
นอกจากนี้ยังมีกริยากลุ่มที่แสดงความเป็นเจ้าของ เช่น have (มี) own (เป็นเจ้าของ)

กริยากลุ่มนี้จะใช้ในรูป continuous ไม่ได้ แต่จะใช้ในรูป present simple tense มากกว่าค่ะ

เช่น เวลาที่เรารักใคร เราก็จะพูดว่า I love you. ไม่พูดว่า I’m loving you. ถึงแม้ว่า ณ ขณะนั้นจะมีความรู้สึกรักอยู่ก็ตาม
แต่ที่เห็นผิดกันบ่อยๆคือ I’m missing you. ต้องเขียนเป็น I miss you ธรรมดาแบบนี้ค่ะ ^^

** วิธีจำง่ายๆนะคะ กริยาที่เติม ing ไม่ได้ จะเป็นกริยาที่เมื่อพูดถึงแล้วเรานึกจินตนาการการกระทำนั้นๆไม่ออก เช่น เวลาเรากินข้าว เราก็นึกออกว่า ลักษณะท่าทางการกินข้าวทำอย่างไร เอาช้อนตักข้าวเข้าปาก หรือเอาตะเกียบคีบ แต่กริยากลุ่มความรู้สึก เรานึกลักษณะท่าทางไม่ออก เช่น กำลังคิดถึง ท่าทางเป็นอย่างไร (บางคนบอกถ้ากำลังคิดถึง ก็คงแบบนั่งเหม่อ คิดถึงอยู่ แบบนี้ไม่ใช่นะคะ 555) กำลังรัก กำลังรู้ กำลังเชื่อ กำลังเป็นเจ้าของ นึกออกมั๊ยคะว่าท่าทางมันเป็นยังไง

** แต่มีข้อยกเว้นอีกแล้วค่ะ!! กริยาบางตัวที่มีหลายความหมาย ในบางความหมายจะเติม ing ได้ เช่น

have – แปลว่า มี เติม ing ไม่ได้
have – แปลว่า กิน เติม ing ได้
เช่น
I’m having lunch.

see – แปลว่า เห็น เติม ing ไม่ได้
see – แปลว่า ไปพบ เติม ing ได้
เช่น
I’m seeing the doctor.

miss – แปลว่า คิดถึง เติม ing ไม่ได้
miss – แปลว่า พลาด ไม่ทัน(รถ) เติม ing ได้
เช่น
I’m missing the bus.

look – แปลว่า ดูเหมือน ดูราวกับว่า เติม ing ไม่ได้ เช่น
It looks good.
look – แปลว่า ดู เติม ing ได้ เช่น
I’m looking at him.

…อย่าลืมติดตามกันได้ในเพจ English 360 องศา

 Posted by at 10:34 pm
May 022014
 

# Phrasal Verb : take out on

take out on

take out on

กริยาวลี หรือ สำนวน take out on แปลว่า “ระบาย (ความโกรธ, ความโมโห)
มาดูตัวอย่างกันค่ะ

I know you’ve had a bad day, but there’s no need to take it out on me.
ชั้นรู้ว่าคุณเจอเรื่องแย่ๆมาก แต่ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องมาลงกับชั้นเลย

I have nothing to do with your problem, so don’t take it out on me!
ปัญหาของเธอมันไม่เกี่ยวอะไรกับชั้นเลย อย่าเอามันมาลงที่ชั้น!

**
“Someone has problems at home and he takes it out on other people while someone has problems outside and take it out on his family. These make life worse.”

“บางคนเอาปัญหาที่บ้านมาลงกับคนอื่น ในขณะที่บางคนเอาปัญหาจากที่อื่นมาลงที่บ้าน นั่นทำให้ชีวิตแย่ลงไปอีก”

ลองสังเกตดูค่ะ ว่าเราเป็นแบบนี้กันหรือป่าว
ความโกรธหรือความขุ่นข้องหมองใจมันเกิดกับตัวเรา การให้คนอื่นมาช่วยแบ่งปันความโกรธนี้ไป มันไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น มีแต่จะทำให้แย่ลง ว่ามั๊ย?? ^^

…อย่าลืมติดตามกันได้ในเพจ English 360 องศา

 Posted by at 10:30 pm
May 022014
 

# so that กับ so…that ต่างกัน?? หรือ เหมือนกัน??

so that

so that

สองตัวนี้ความหมายไม่เหมือนกันนะคะ ลองสังเกต so that สองตัวนี้ดีๆนะคะว่าต่างกันยังไง

** so that ตัวแรกเขียนติดกัน จะแปลว่า “เพื่อที่ว่า…”
เช่น

ํSpeak louder so that I can hear what you are saying.
พูดดังกว่านี้หน่อย ฉันจะได้ได้ยินว่าเธอกำลังพูดอะไร

You should stop smoking so that your health will not get worse.
คุณควรจะหยุดสูบบุหรี่นะ(เพื่อที่ว่า)สุขภาพจะได้ไม่แย่ลงกว่านี้

** so…that ตัวที่สองเขียนแยกกัน โดยมี adj. / adv. คั่นตรงกลาง
เขียนเป็นสูตรคือ so + adj/adv. + that…
ตัวนี้แปลว่า “มากจะกระทั่ง…, มากเสียจน…”

She is so beautiful that I can’t keep my eyes off her.
เธอสวยเสียจนฉันไม่อาจละสายตาจากเธอได้

The thief ran so fast that the police couldn’t catch up with him.
หัวขโมยวิ่งเร็วมากเสียจนตำรวจตามไม่ทัน

…อย่าลืมติดตามกันได้ในเพจ English 360 องศา

 Posted by at 10:28 pm
May 022014
 

# สำนวน around the clock

สำนวน around the clock

สำนวน around the clock

สำนวนนี้แปลว่า all the time คือ “ตลอดเวลา, ทั้งวันทั้งคืน” เปรียบเหมือนเข็มนาฬิกาที่หมุนไปรอบๆไม่มีวันหยุดพักไงคะ ^^
เช่น

Is your shop open around the clock?
ร้านเธอเปิดตลอด 24 ชั่วโมงเลยมั๊ย

This station broadcasts news around the clock.
สถานนี้รายงานข่าวทั้งวันทั้งคืนเลย

The police is working around the clock to locate the missing boy.
ตำรวจทำงานกันทั้งวันทั้งคืนเพื่อหาตัวเด็กหาย

** มีสแลงคำหนึ่งที่ใช้ในความหมายนี้เหมือนกันคือ 24/7 (twenty-four seven)
24 มาจาก 24 hours
7 มาจาก 7 days
ทุกชั่วโมง ทุกวัน ก็คือ ตลอดเวลา ทั้งวันทั้งคืนนั่นแหละค่ะ เช่น

I miss you twenty-four seven.
ฉันคิดถึงเธอทั้งวันทั้งคืนเลย

…อย่าลืมติดตามกันได้ในเพจ English 360 องศา

 Posted by at 10:26 pm
May 022014
 
I'm just browsing. หรือ I'm just looking around. แค่ดูเฉยๆ

I’m just browsing. หรือ I’m just looking around. แค่ดูเฉยๆ

เวลาไปช้อปปิ้ง เคยมั๊ยคะแบบว่าแค่อยากดูๆเฉยๆ ไม่ได้ต้องการอะไรเป็นพิเศษ
ตอนเดินเข้าร้าน พนักงานเขาก็จะถามคุณว่า
May I help you?
ถ้าคุณมีสิ่งของต้องการอยู่ในใจแล้ว ก็บอกเขาไปว่า
I’m looking for….. ตามด้วยสิ่งที่เราต้องการ เช่น
A: May I help you?
B: I’m looking for trousers.

หรือเลือกๆไปเจอชุดถูกใจ แต่อยากได้ไซส์ใหญ่กว่านี้หน่อย คุณก็บอกเขาไปว่า
Do you have this in bigger size?

แต่ถ้าคุณอยากเดินชิวๆ ไม่มีพนักงานเดินตามมาหายใจรดต้นคอให้อึดอัด ก็แค่พูดว่า
I’m just browsing. หรือ I’m just looking around. แปลว่า แค่ดูเฉยๆ
เท่านี้แหละค่ะ คุณก็จะเดินช้อปได้อย่างสบายใจแล้วค่ะ ^^

…อย่าลืมติดตามกันได้ในเพจ English 360 องศา

 Posted by at 10:24 pm
May 022014
 

# สำนวน make ends meet

สำนวน make ends meet

สำนวน make ends meet

ใครที่เป็นมนุษย์เงินเดือนคงจะรู้ซึ้งดีว่า ต้นเดือนกับปลายเดือนมันช่างแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ต้นเดือนอยู่อย่างราชา แต่ปลายเดือนต้องอดออมเป็นยาจก เพราะต้องใช้เงินที่มีอยู่ให้ครบเดือนให้ได้ สำนวนภาษาอังกฤษใช้คำว่า make ends meet หรือ make both ends meet ค่ะ แปลว่า ทำให้รายได้พอกับค่าใช้จ่าย มีเงินใช้พอได้ทั้งเดือน ตรงกับสำนวนไทยอันนี้ค่ะ “ชักหน้าให้ถึงหลัง” เช่น

It’s not easy to make ends meet every month.
ไม่ง่ายเลยที่จะชักหน้าให้ถึงหลังได้ทุกเดือน

้He always spends money extravagantly, so he cannot make ends meet.
เขามักจะใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายเลยชักหน้าไม่ค่อยถึงหลัง

็He borrowed my money because he could not make ends meet.
เขามายืมเงินฉันเพราะว่าไม่มีเงินใช้พอเดือน

** เกิดเป็นมนุษย์เงินเดือนนี่แสนลำบาก ว่ามั๊ย?? เพราะเงินเดือนมันชอบกลายเป็นเงินไม่ถึงเดือนแทบทุกทีสิน่า!!!! ^^

…อย่าลืมติดตามกันได้ในเพจ English 360 องศา

 Posted by at 10:20 pm
May 022014
 

อินไปกับละคร ภาษาอังกฤษพูดว่าอย่างนี้ค่ะ

I’m really into this soap opera.

** สำนวน be into something เคยโพสมาหลายโพสก่อนหน้านี้แล้ว แต่จะต่างความหมายกันออกไป เพราะต่างสถานการณ์กันค่ะ

มีอีกสำนวนนึงค่ะ คือ I was taken by it. สำนวนนี้ค่อนข้างจะแปลยาก ถ้าแปลตรงตัวจะแปลว่า ฉันถูกนำพา หรือถูกทำให้คล้อยตาม ซึ่งแปลได้ความเหมือนกับ ฉันอินกับละครค่ะ

…อย่าลืมติดตามกันได้ในเพจ English 360 องศา

 Posted by at 10:18 pm
May 022014
 

selfie

Have you taken a selfie today?
วันนี้คุณถ่ายรูปตัวเองแล้วหรือยัง ^^

** selfie แปลว่า การถ่ายรูปตัวเอง เป็นศัพท์ที่บัญญัติขึ้นมาให้เข้ากับวัฒนธรรมของคนในเจเนอเรชั่นนี้ค่ะ

…อย่าลืมติดตามกันได้ในเพจ English 360 องศา

 Posted by at 10:15 pm
Click to listen highlighted text!