Aug 072015
 
เปิดรับสมัครตัวแทน ด่วน!



Collocation คืออะไร?

คนไทยส่วนใหญ่เรียนภาษาอังกฤษโดยเน้นเรียนไวยากรณ์ และเน้นท่องคำศัพท์เป็นคำๆ แต่จริงๆแล้วเจ้าของภาษาเขาเรียนคำศัพท์กันเป็นเซตๆ เป็นกลุ่มๆค่ะ ว่าคำไหนใช้กับอะไร ซึ่งถือเป็นข้อผิดพลาดของคนไทยเพราะเมื่อเราเรียนคำศัพท์กันแบบแยกเป็นคำๆ พอนำมาแปลเป็นภาษาอังกฤษเราก็จะนำคำมาเรียงต่อๆกันให้ได้ความหมายที่เราต้องการโดยเราจะไม่รู้เลยว่าจริงๆแล้วเจ้าของภาษาเขาใช้กันอย่างไร และเรื่องที่กำลังจะพูดถึงต่อไปนี้คือเรื่อง collocation

Collocation คือ คำหรือกลุ่มคำ ที่ต้องใช้ร่วมกันเสมอ หรือภาษาพจนานุกรมเขาให้ความหมายไว้ว่า “คำปรากฏร่วม”   เช่นในภาษาอังกฤษ เวลาจะบอกว่า “ลมแรง” เขาใช้คำว่า strong wind จะใช้ heavy wind ไม่ได้     แต่พอ “ฝนตกหนัก” เขาก็ใช้คำว่า heavy rain   หรืออย่างคำว่า “กาแฟแก่หรือรสเข้มข้น” เขาก็ใช้ strong coffee ถ้าเราแปลตรงตัวอาจจะใช้คำว่า old coffee ก็ได้ 555 ซึ่งแน่นอนว่าผิดความหมายไปไกลแน่ๆ คำที่ใช้คู่กันในความหมายใดความหมายหนึ่งแบบนี้แหละค่ะที่เขาเรียกว่า collocation ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมากๆในการเรียนรู้คำศัพท์และแต่งประโยค เพราะเราจะใช้ภาษาได้เหมือนเจ้าของภาษาจริงๆ

มีการจำแนก collocation ออกเป็นประเภทดังนี้ค่ะ

1. grammatical collocation หมายถึง วลีที่ประกอบด้วยคำหลัก (อาจเป็นคำนาม คำคุณศัพท์ หรือคำกริยา) ปรากฏคู่กับคำบุพบทหรือโครงสร้างไวยากรณ์อื่นๆเช่น infinitive หรือ อนุประโยค ตัวอย่างเช่น

1.1 คำนามเป็นหลัก

  • noun + preposition เช่น    news about, interest on,  reason for,   satisfaction with,   attempt to

1.2 คำคุณศัพท์เป็นหลัก

  • Adjective + preposition ในกลุ่มนี้มักจะพบบ่อย และเราต้องรู้ว่า adjective ตัวนี้ใช้คู่กับ preposition อะไร เช่น  angry at,  responsible for, interested in, afraid of,  satisfied with
  • Adjective + infinitive   เช่น  ready to,  easy to

1.3 คำกริยาเป็นหลัก เช่น

  • Verb + preposition  เช่น    adhere to,  run out of, apply for,  rely on, deal with, wait for, believe in,  sorry for
  • Verb + infinitive      เช่น     offer to,   want to
  • Verb + that clause  เช่น    suggest that…. ,  think that…

2. lexical collocation หมายถึง กลุ่มคำที่ปรากฏร่วมกันประเภทที่นอกเหนือจากประเภทแรกมักประกอบด้วยคำนาม คำกริยา คำคุณศัพท์หรือคำกริยาวิเศษณ์ เช่น

  • noun of noun   เช่น     a bouquet of flower,   a flock of sheep,    bars of soap
  • Verb + noun     เช่น     make mistake,  break the law, commit a crime,   make a wish, make a living,  keep secret
  • Adjective + noun เช่น       heavy smoker, express bus,   strong supporter,  express mail
  • noun + noun  เช่น     light source, land reform
  • noun + verb  เช่น     light shines,  plane takes off
  • verb + adverb   เช่น     argue heatedly

** ที่อธิบายมานี้เพื่อให้เข้าใจความเป็น collocation ว่าหมายถึงอะไร และเหตุใดจึงมีความสำคัญ ในครั้งต่อไปถ้าอยากจะเรียนรู้คำศัพท์ก็ให้จำเป็นเซตๆไปเลยดีกว่านะคะ ^^

 Posted by at 2:58 pm

 Leave a Reply

(required)

(required)

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>