Click to listen highlighted text!
May 312014
 

# “คิดไปเอง” พูดเป็นภาษาอังกฤษยังไงดีน่อ??

It's all in your head.

It’s all in your head.

ถ้าอยากจะบอกเพื่อนว่า “คุณคิดไปเอง” เป็นภาษาอังกฤษ ใช้ประโยคนี้เลยค่ะ
It’s all in your head หรือ It’s all in your mind.
เช่น

A: I think Max is mad at me. He hasn’t talked to me since yesterday.
(ชั้นว่าแมกซ์ต้องโกรธชั้นแน่เลย เขาไม่คุยกับชั้นตั้งแต่เมื่อวานแล้ว)
B: It’s all in your head. He may be busy.
(แกคิดไปเองทั้งนั้น เขาอาจจะแค่ยุ่งๆน่ะ)

It may be all in my head but it’s fine!
(บางทีฉันอาจจะคิดไปเองก็ได้ เเต่ไม่เป็นไร!)
———————-
** อีกประโยคนึงที่ใช้ได้เหมือนกันคือ You’re imagining things.

You’re imagining things that he likes you.
(แกคิดไปเองป่าวว่าเขาชอบแกอ่ะ)

This is not a big deal. I think you’re imagining things.
(นี่ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรนะ ฉันว่าเธอคิดไปเองมากกว่า)

ที่ชอบพูดว่า มโน มโนไปเองเนี่ย ก็น่าจะใช้คำนี้ได้นะคะ

Stop imagining things! He doesn’t like you.
(หยุดมโนได้ละ! เขาไม่ได้ชอบแกซะหน่อย)

*** English is so damn hard?? Are you imagining things? ^^

…อย่าลืมติดตามกันได้ในเพจ English 360 องศา

 Posted by at 5:54 pm
May 312014
 

# ลืมไปเลย! ภาษาอังกฤษพูดว่าไง……??

Something slips my mind

Something slips my mind

ถ้าจะบอกว่า “ลืมไปเลย” ปกติก็อาจจะพูดได้ว่า I totally forget about it. แต่ถ้าเห็นว่ามันธรรมด๊าธรรมดาเกินไป อยากให้เก๋ๆหน่อย จะใช้สำนวนนี้ก็ได้ค่ะ ^^
“Something slips my mind”
ปกติ slip แปลว่า ลื่น ไถล แต่สำนวนนี้แปลว่า ลืมไปเลย ประมาณว่า มันลื่นไถลไปจากใจ ก็เลยลืมไปเลย 5555

I meant to go to drugstore on the way home but it slipped my mind.
ฉันตั้งใจจะไปร้านขายยาตอนกลับบ้านซะหน่อย แต่ก็ลืมไปเลย

A: Mom, where are you?
แม่ อยู่ไหน?
B: Leaving supermarket. Why sweetie?
กำลังออกจากซุเปอร์มาร์เก็ต ว่าไงจ๊ะลูก?
A: You brought me to supermarket with you.
แม่เอาหนูมาซุปเปอร์ฯด้วย
B: Oh darling, it totally slipped my mind.
โอ้ววว ลูกจ๊ะ แม่ลืมไปซะสนิทเลย
A: ???

Darling, you work so hard that our anniversary has slipped your mind.
ที่รักคะ คุณทำงานหนักซะจนลืมวันครบรอบของเราไปเลยนะคะ

** Don’t let this page slip your mind!
รักกันจริง ติดตาม แนะนำ ติชม ได้นะคะ ^^

…อย่าลืมติดตามกันได้ในเพจ English 360 องศา

 Posted by at 5:52 pm
May 312014
 

# If only VS only if

If only VS only if

If only VS only if

สองคำนี้ดูเหมือนจะคล้ายๆกัน แค่สลับคำหน้าหลัง แค่นั้นเอง แต่จริงๆแล้ว ความหมายต่างกันค่ะ

1. If only มีความหมายเหมือนกัน wish ค่ะ คือแสดงความปราถนา วิธีการใช้ก็คือ

1.1  If only + past simple tense (ในกรณีที่ความปรารถนาตรงข้ามกับความจริงในปัจจุบัน) เช่น

  • If only you were here.
    อยากให้เธออยู่ตรงนี้ (ตอนนี้เธอไม่ได้อยู่ที่นี่)
  • If only I didn’t care about what he does.
    ฉันอยากที่จะไม่สนใจในสิ่งที่เขาทำ (ตอนนี้ฉันสน!!)

1.2  If only + past perfect tense (ในกรณีที่ความปรารถนานั้นตรงข้ามกับความจริงในอดีต)

  • If only I hadn’t said that.
    ฉันไม่น่าพูดแบบนั้นออกไป (แต่พูดออกไปแล้ว!!)

2. Only if แปลว่า “ก็ต่อเมื่อ” เช่น

  • I will go only if he goes with me.
    ฉันจะไปก็ต่อเมื่อเขาไปกับฉันเท่านั้น  (ถ้าเขาไม่ไป ฉันก็จะไม่ไป)
  • “Open your mouth only if what you’re going to say is more beautiful than silence.”
    “จงพูด ก็ต่อเมื่อสิ่งที่คุณกำลังจะพูดมันดีกว่าความเงียบ”

…อย่าลืมติดตามกันได้ในเพจ English 360 องศา

 Posted by at 5:51 pm
May 172014
 

# I’m done!

I'm done!

I’m done!


ประโยคนี้หลายคงจะเคยได้ยิน และอาจจะได้ยินบ่อยเลยแหละ แต่มันไม่ได้มีความหมายเดียวนะคะ ฝรั่งเขาใช้กันในหลายสถานการณ์และหลายความหมายค่ะ

** ความหมายแรกเลย แปลว่า “ฉันทำเสร็จแล้ว” อาจจะมี with + งาน/อะไรที่ทำเสร็จ มาต่อท้าย เช่น

  • I’m done with my work. Let’s get something to eat.
    ทำงานเสร็จละ ไปหาไรกินกัน
  • Just a sec! I’m almost done.
    แป๊บนะ ใกล้เสร็จละ
  • I’m done with my dinner.
    ฉันอิ่มละ

**   I’m done แปลว่า “พอกันที ทนไม่ไหวแล้ว” ก็ได้ ประมาณว่า ไม่เอาแล้ว ไม่ทำแล้ว อารมณ์แบบ เหนื่อยหน่าย เช่น

  • I’m done with this job?
    พอที ไม่ไหวละกับงานนี้
  • stop bugging me! I’m freakin’ done.
    หยุดกวนประสาทสักทีได้ป่ะ พอที ทนไม่ไหวละ
  • I’m so done with wishing you still were here.
    พอซะทีกับการขอให้เธอยังอยู่ตรงนี้

**  I’m done แปลว่า “เหนื่อย” ก็ได้นะคะ

  • I’ve just finished tidying up my room. I’m done!
    เพิ่งจะจัดห้องเสร็จ โอ๊ย เหนื่อย!

** แค่ประโยคเดียวเล่นเอาแย่เลย น่าสับสนจริงๆ ว่ามั๊ย? แต่ใช้ๆไปเดี๋ยวก็ชินค่ะ ^^
*** ข้อความจากภาพ

“I usually give people more chances than they deserve but once I’m done, I’m done.”

“ปกติฉันจะให้โอกาสคนมากกว่าที่พวกเขาจะได้รับซะอีก แต่ถ้าเมื่อไหร่ พอ ก็คือ พอ!” (เข้าใจตรงกันนะ 55555)

…อย่าลืมติดตามกันได้ในเพจ English 360 องศา

 Posted by at 10:42 pm
May 172014
 

# สำนวน I can’t take it anymore.

I can't take it anymore.

I can’t take it anymore.


คำว่า take แปลได้หลายความหมายมากค่ะ แต่ในประโยคนี้อาจจะแปลได้ว่า “ชั้นทนไม่ไหวแล้ว”
เช่น

Everything went wrong. I can’t take it anymore.
ทุกอย่างมันพลาดไปหมด ชั้นรับมันไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว

It’s so hot here. I can’t take it anymore.
ร๊อนนน ร้อน ทนไม่ไหวแล้ว

** แดด ณ ไทยแลนด์ร้อนจริง อะไรจริงค่ะ ^^

…อย่าลืมติดตามกันได้ในเพจ English 360 องศา

 Posted by at 10:38 pm
May 172014
 

# Holiday & Vacation

Holiday & Vacation

Holiday & Vacation

ช่วงนี้วันหยุดยาวหลายวันเลย วันหยุด ภาษาอังกฤษใช้คำว่าอะไรดีน่อ??
ที่คุ้นๆกันคือ holiday กับ vacation ใช่มั๊ยคะ แต่สองคำนี้ความหมายจะต่างกันเล็กน้อยค่ะ

Holiday จะหมายถึง วันหยุดเทศกาล วันหยุดงานรื่นเริง วันหยุดที่ประกาศอย่างเป็นทางการ หรือวันหยุดสุดสัปดาห์ที่หยุดยาวต่อเนื่องหลายวัน
แต่ vacation จะหมายถึง วันหยุดที่ยาวกว่า holiday ค่ะ เช่น วันหยุดพักร้อน

บุพบทที่ใช้กับ holiday และ vacation คือ “on” ค่ะ เช่น

Where will you go on this holiday?
คุณจะไปไหน ในวันหยุดนาวนี้น่ะ

See you on this holiday.
เจอกันในวันหยุดนี้นะ

I’m on vacation.
ฉันอยู่ในช่วงพักร้อนน่ะ

(** ถึงแม้ภาษาไทยจะใช้คำว่า ในวันหยุด แต่เวลาพูดเป็นภาษาอังกฤษอย่าแปลตรงตัวนะคะ เพราะใช้คำว่า on holiday ไม่ใช่ in holiday ^^)

*** Hope you all have a wonderful holiday and arrive home safe and sound. ^^

…อย่าลืมติดตามกันได้ในเพจ English 360 องศา

 Posted by at 10:29 pm
May 082014
 

# มิน่าล่ะ! ภาษาอังกฤษพูดว่า…?

No wonder

No wonder


เวลาที่เราอุทานว่า “มิน่าล่ะ, ไม่แปลกใจเลย” ภาษาอังกฤษใช้คำว่า No wonder ค่ะ
เช่น

You stood him up. No wonder he was so furious.
แกไปเบี้ยวนัดเขาเหรอ มิน่าล่ะ เขาถึงได้โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง

It’s no wonder that he has something to do with. He behaved suspiciously.
ไม่แปลกใจเลยที่เขามีเอี่ยวด้วย ก็เขาทำตัวมีพิรุธ

…อย่าลืมติดตามกันได้ในเพจ English 360 องศา

 Posted by at 1:45 pm
May 082014
 

# sleep

sleep

sleep

วันหยุดแบบนี้หลายคน ก็ออกไปชิลๆข้างนอก แต่หลายคนเลือกที่จะนอนอยู่บ้าน เพราะออกไปก็ไม่พ้น เงินในกระเป๋าต้องกระเด็นออกเป็นแน่ 555

พูดถึงเรื่องนอนๆ วันนี้เลยจะพูดถึงสำนวน เกี่ยวกับ sleep ซักหน่อย

วันหยุด บางคนก็ตื่นสายกว่าปกติ เราใช้คำว่า “sleep in” ค่ะ เช่น

I usually sleep in on Sunday.
วันอาทิตย์ ฉันมักจะตื่นสาย

แต่ถ้าเกิดเมื่อคืน ไปแฮงค์เอ้าท์กับเพื่อนจนดึก กลับบ้านไม่ไหว เลยนอนค้างบ้านเพื่อน เราใช้คำว่า “sleep over (with)” นะคะ เช่น

I slept over with Ann last night.
ฉันนอนค้างกับแอนเมื่อคืน

*** แต่!!! ห้ามใช้ sleep with เด็ดขาดเชียวค่ะ เพราะมันไม่ได้แปลว่าไปนอนค้างค่ะ แต่ความหมายนี่ติดเรท 18+ เลย 555 แปลว่า มีอะไรกัน (มีเพศสัมพันธ์) (o_O”) อีกคำที่ควรระวัง คือ sleep around ค่ะ อันนี้หนักกว่าอีก เพราะมันแปลว่า ไปมีสัมพันธ์สวาทกับคนอื่นไปทั่ว
* พูดไม่ระวัง คนฟังมีเหงื่อตกนะคะ พูดเลย!! 555

แต่ถ้าเกิด หลับยาว หลับเป็นตาย เราใช้คำว่า “sleep away” ค่ะ

He slept away after he had a long day.
เขาหลับยาวเลยหลังจากเหนื่อยมาทั้งวัน

แต่ถ้าใคร เป็นคนขี้เซา เราเรียกว่า sleepyhead ค่า

He is such a sleepyhead.
เขาเป็นคนนอนขี้เซาสุดๆ

*** เรื่องนอนๆเนี่ย มีอีกเยอะแยะเลยค่ะ แต่ที่สำคัญอย่าใส่ บุพบทผิดเชียวนะคะ หรือคิดจะเติมบุพบทตามใจฉัน เพราะสำนวนบางสำนวน ความหมายมันน่ากลัวกว่าที่คิด
จะมาบอกว่าก็ “หนูไม่รู้” ไม่ได้นะคะ เพราะคนฟังอ่ะ เขาอาจจะคิดไปไกลแล้วววว 555 Be careful!!

…อย่าลืมติดตามกันได้ในเพจ English 360 องศา

 Posted by at 1:39 pm
May 082014
 

คำนาม กริยา หรือคุณศัพท์บางคำมักจะมีบุพบทที่ใช้คู่กัน หรือบุพบทเฉพาะ ที่ต้องใช้ตัวนี้เท่านั้น เช่น
คุณศัพท์ interested ใช้กับ บุพบท in
เราจะไม่พูดว่า interested about แต่เป็น intetested in
หรือ
apologize for ขอโทษเรื่อง…
afraid of กลัว
decide on ตัดสินใจเรื่อง
believe in เชื่อใน..
famous for มีชื่อเสียงในด้าน
accustomed to คุ้นเคยกับ
ashamed of อาย

เราเรียกว่า collocation คือ กลุ่มคำที่ใช้ร่วมกัน
แต่ส่วนใหญ่เราก็จะนึกมโนเอาเองว่า คำนี้ชั้นจะใช้อย่างนี้ น่าจะใช้อย่างนี้ น่าจะตามด้วยคำนี้ โดยไม่เช็คให้ถูกต้อง เพราะเหตุผลหลักนั่นก็คือ ขี้เกียจ !!! นั่นเอง 555 แล้วเราก็ใช้และจำมันผิดๆมาอย่างนั้น

นอกจากที่ยกตัวอย่างมา ยังมีอีกหลายคำเลย คำถามคือ แล้วจะรู้ได้ไงว่าต้องใช้กับบุพบทตัวไหน ง่ายๆเลยคือในพจนานุกรมส่วนใหญ่จะบอกไว้ค่ะและมีประโยคตัวอย่างบอกไว้ด้วย เท่านี้เราก็ใช้ได้อย่างถูกต้องแล้วค่ะ
*** ที่สำคัญคือถ้าไม่มั่นใจ ต้องเช็คให้ถูกต้องค่ะ ^^

…อย่าลืมติดตามกันได้ในเพจ English 360 องศา

 Posted by at 1:31 pm
May 082014
 

“I’m so pooped.”
ชั้นหมดแรงสุดๆ

I'm so pooped. ชั้นหมดแรงสุดๆ

I’m so pooped. ชั้นหมดแรงสุดๆ


** สำนวนนี้แปลว่า เหนื่อยมาก หมดแรง อ่อนล้า

อีกประโยคนึงที่พูดได้เหมือนกันคือ
I’m dead on my feet.

I’m sorry for not calling you last night. I was so pooped.

I don’t feel like doing anything. I’m really dead on my feet.

…อย่าลืมติดตามกันได้ในเพจ English 360 องศา

Click to listen highlighted text!