May 302015
 

ประโยคขอร้อง (Request) ในภาษาอังกฤษ
ประโยคอีกรูปแบบหนึ่งที่ใช้บ่อยคือ  ประโยคขอร้อง  การขอร้องให้ผู้อื่นทำอะไรก็ควรพูดให้สุภาพเข้าไว้  จะไปพูดห้วนๆ กระโชกโฮกฮากเขาก็คงจะไม่ช่วยเรา  การขอร้องมีหลายระดับตั้งแต่ขอร้องเชิงคำสั่ง  ขอร้องแบบสุภาพและสุภาพมาก

1.  ประโยคคำสั่ง (Command)  คือประโยคสั่งให้ทำ  ซึ่งประโยคคำสั่งจะขึ้นต้นด้วยคำกริยาได้เลย  ไม่มีประธานค่ะ    ถ้าเติม please เข้าไปก็จะเป็นการขอร้องให้ทำ  เช่น

  • Please turn on the light.
    กรุณาเปิดไฟหน่อย
  • Sit down, please.
    กรุณานั่งลง
  • Please don’t park here.
    กรุณาอย่าจอดรถที่นี่

2.  ประโยคขอร้องแบบคำถาม  ประโยคแบบนี้จะใช้กันบ่อยที่สุด เพราะแสดงถึงความสุภาพมากกว่าแบบแรก  ประโยคคำถามที่ใช้ก็มีหลายแบบอีกเช่นกัน  คือ

2.1  Yes/No question

  • Will / Can you………….,please?
  • Would / Could you……………,please?  (สุภาพกว่า will / can)
  • Do you mind…..? / Would you mind……..?

เช่น

  • Would you mind opening the door?
    คุณจะรังเกียจมั้ยที่จะเปิดประตูให้หน่อย
  • Could you tell me the way to the nearest hospital please?
    ช่วยบอกทางไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดให้หน่อยได้มั้ย

2.2 Indirect question

  • I wonder if you……….
  • I wonder If you’d mind……..

เช่น

  • I wonder if you help me with this.
    ไม่ทราบว่าคุณจะช่วยฉันทำนี่หน่อยได้มั้ย
  • I wonder if you’d mind opening this can.
    ไม่ทราบว่าคุณจะช่วยเปิดกระป๋องนีให้หน่อยได้มั้ย

2.3  Tag question

……… ,will you?
……… ,won’t you?

เช่น

  • Speak louder, will you?
    พูดให้ดังกว่านี้หน่อยได้ไหม

ในกรณีที่เราเป็นผู้ขอร้องก็เอาประโยคด้านบนไปใช้ได้โลดเลย  แต่ถ้าบังเอิญมีใครมาขอร้องเราเพราะคิดว่าเราจะช่วยเขาได้ เราก็ต้องตอบรับคำขอร้องด้วยว่าได้หรือไม่นะคะ  ถ้าเรายินดีช่วยเขา ก็มีคำตอบหลากหลายที่สามารถตอบได้  เช่น

  • Yes, of course.
  • Certainly.
  • Sure.
  • With pleasure.
  • I’d be glad to.

**  แต่ระวังไว้นิดนึงนะคะ  ถ้าเกิดเขาถาม

would you mind……?  คุณจะรังเกียจไหมที่จะ……..

อันนี้ถ้าเรายินดีช่วย  อย่าไปตอบ yes นะคะ  เพราะนั่นหมายถึงคุณไม่อยากจะทำ  ให้ตอบว่า No  คือ ไม่  (ไม่รังเกียจที่จะทำให้นั่นเอง)
แต่ถ้าเกิดว่าเราช่วยเขาไม่ได้ ก็มีวิธีการตอบปฏิเสธเหมือนกัน  เช่น

  • I’m sorry………..           ขอโทษ………
  • I’m afraid…………..        ฉันเกรงว่า……….
  • I wish I could but…………..    ฉันอยากจะทำให้เหมือนกัน แต่ว่า…….
 Posted by at 1:00 pm
May 222015
 

การใช้  who, whom ในการตั้งคำถาม

Who กับ Whom  มีหลายคนงงว่าใช้ยังไง  ในกรณีนี้จะพูดถึงเฉพาะการนำมาตั้งคำถามนะคะ   Who กับ Whom  แปลว่า  “ใคร”   โดย

Who ———–  ตั้งคำถามที่เป็นประธาน
Whom ——— ตั้งคำถามที่เป็นกรรม

ก่อนอื่นต้องมาทำความเข้าใจคำว่าประธาน กับ กรรม กันก่อน    ประธานคือผู้แสดงการกระทำ  ส่วน กรรม  คือผู้ถูกกระทำ   ลองเปรียบเทียบจากสองประโยคนี้ค่ะ

“ใครให้เงินคุณ?”          “คุณให้เงินกับใคร?”

ประโยคแรก  “ใครให้เงินคุณ?”    ใครเป็นประธาน  เพราะทำกริยา ให้   ฉะนั้นประโยคนี้เวลาจะถามต้องใช้  who  คือ

  • Who gave money to you?

ประโยคที่สอง  “คุณให้เงินกับใคร ?”    ใครเป็นกรรม  เพราะถูกให้เงิน  (รับการกระทำ)  เวลาถามประโยคนี้ต้องใช้  whom  คือ

  • Whom did you give money?

โครงสร้างในการตั้งคำถามที่ใช้  who  มักจะเป็น

Who + คำกริยา + (กรรม) + ………….?

เพราะเมื่อ who  ใช้ตั้งคำถามที่เป็นประธาน  ก็สามารถตามด้วยกริยาได้เลย  โดยเรียงลำดับคำเหมือนประโยคบอกเล่า   เช่น

  • Who loves you?
  • Who is sitting next to Josh?
  • Who ate my cake in the fridge?

แต่  Whom จะมีโครงสร้างดังนี้

Whom + กริยาช่วย + ประธาน + กริยา + …..?

แต่เมื่อใช้  Whom ในการสร้างประโยคคำถาม จะเรียงโครงสร้างเหมือนประโยคคำถามทั่วไปคือ   กริยาช่วยมาก่อนประธาน  เช่น

  • Whom were you talking to when I arrived here?
  • Whom did you see last night?
  • Whom will you go with?

แต่ถ้าเป็นภาษาพูดทั่วๆไป  ฝรั่งอาจจะใช้ who แทน whom ไปเลยก็ได้ ไม่แยกว่าใครเป็นประธานเป็นกรรมให้วุ่นวาย  เพราะเข้าใจได้เหมือนกัน (ฝรั่งเขาก็แอบขี้เกียจนะเออ!)  แต่ถ้าจะให้เป๊ะไวยากรณ์จริงๆ  ก็จะแยกใช้ who กับ whom  ค่ะ  ส่วนใหญ่มักเจอในภาษาเขียนมากกว่า  เพราะเวลาพูดการจะมาแยก ประธาน กรรม แล้วต้องมาเรียงประโยคอีก  ลำดับคำอีก  กว่าจะพูดจบคนฟังก็ไปซะแล้ววววว  เอาที่สบายใจเถอะค่ะ ^^

 Posted by at 10:14 am
May 222015
 

การใช้  what  ในการตั้งคำถาม

การตั้งคำถามในภาษาอังกฤษมี 2 ประเภทคือ คำถามแบบ yes/no question  และ  คำถามแบบ wh-question ซึ่งต้องการคำตอบที่บอกรายละเอียด  และคำแสดงคำถามแบบ wh-question ที่นึกถึงเป็นคำแรกๆเลยคือคำว่า what   ซึ่งใครๆก็รู้ว่า แปลว่า “อะไร”   แต่พอจะเอามาใช้ตั้งคำถามนี่สิ!!  มันก็เริ่มต้นไม่ค่อยจะถูก   เรามาดูโครงสร้างการตั้งคำถามโดยใช้ what กันค่ะ

1. What +v. to be +คำนาม?
ส่วนใหญ่เรามักจะใช้โครงสร้างนี้ในการถามชื่อ  ถามที่อยู่  ถามอาชีพ  ถามสัญชาติ หรืออื่นๆ เช่น

  • What is your name?        คุณชื่ออะไร
  • What are their names?    พวกเขาชื่ออะไรกันบ้าง
  • What is your nationality?    สัญชาติของคุณคืออะไร
  • What is your father?        พ่อของคุณเป็นอะไร (ทำอาชีพอะไร)
  • What is the biggest animal in the world?   สัตว์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกคืออะไร

2.  What + กริยาช่วย +  ประธาน + กริยาแท้….?
กริยาช่วยและกริยาแท้ในที่นี้จะเปลี่ยนไปตาม tense  เช่น

  • What are you talking about?    คุณกำลังพูดเรื่องอะไร
  • What does she like to eat?        หล่อนชอบกินอะไร
  • What does your father do?     พ่อของคุณทำอาชีพอะไร
  • What will you do in next 5 years?  คุณจะทำอะไรในอีก 5 ปีข้างหน้า

3.  เราสามารถใส่ คำนาม ตามหลัง what ได้  คือ    what + noun    ในกรณีที่เราต้องการถามว่า   (นาม)อะไรที่….?  เช่น

  • What color do you like?            สีอะไรที่คุณชอบ
  • What color is your car?            รถของคุณสีอะไร
  • What kind of job do you want?        งานแบบไหนที่คุณต้องการ
  • What size is this shirt?            เสื้อเชิ้ตตัวนี้ไซส์อะไร
  • What day is today?                วันนี้วันอะไร

** ในกรณีนี้อาจจะใช้ which แทน what ก็ได้   Which สามารถตามด้วย สิ่งของหรือคนก็ได้ คือ Which + สิ่งของ/คน  เช่น

  • Which doctor did you see, Dr. Ellis or Dr. Smith?
    เธอไปหาหมอคนไหนมา ดร. เอลลิส หรือ ดร. สมิธ
  • Which way shall we go?
    เราจะไปทางไหนกันดี

What จะให้ความหมายที่กว้างกว่า which  โดยที่ถ้าเราใช้ which มักจะมีให้เลือกอยู่ไม่กี่อย่าง

 Posted by at 10:10 am
Apr 052015
 

No กับ Not  ใช้ต่างกันอย่างไร
คนส่วนใหญ่ก็มักจะคิดว่า  No แปลว่า “ไม่”  Not ก็แปลว่า  “ไม่”  มันก็คงจะใช้เหมือนๆกันนั่นแหละ  แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เลยค่ะ   คำว่า No  แปลว่า ไม่ แค่ตอนตอบคำถามที่เป็น Yes/No question เท่านั้น

  • Do you have any money?     No,  I don’t.
  • Will you go out tonight?      No, I won’t.

แต่ถ้าไปเจอ no ที่อื่นมันจะไม่ได้แปลว่า ไม่  แล้วค่ะ  แต่แปลว่า  “ไม่มี” ต่างหาก   เวลาใช้ก็แค่เอาไปวางไว้หน้าคำนาม  แล้วนามนั้นก็จะอันตรธานหายไป  ไม่มีโดยทันที  เช่น

  • I have no idea.
  • I had to walk home last night because there was no bus.
  • Hurry up! We have no time left.
  • No student passes math exam.

มาดูทางฝั่ง  not  กันบ้าง   not  เนี่ยแหละค่ะที่แปลว่า ไม่ ตัวจริงเสียงจริง  ใช้ในความหมายปฏิเสธโดยใช้คู่กับคำกริยา หรือ  คำคุณศัพท์  หรือ คำนาม   แต่!!  กฎคือ มันจะเข้ามาเสียบหน้าคำพวกนี้ลอยๆไม่ได้  มันต้องมีตัวช่วยเข้ามาวางไว้หน้า not  นั่นก็คือ  กริยาช่วย (Auxiliary verb)  นั่นเองค่ะ  มีทั้ง  Verb to be, Verb to do, Verb to have, และ modal verb  ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ มี not ตามหลังได้เลยในความหมายปฏิเสธ  เช่น

  • Susie does not speak French.
  • I do not need your help.
  • You are not my boss.
  • She is not tall.
  • You should not wear shoes in Japanese home.

แต่เป็นธรรมดาของภาษาอังกฤษ  ตั้งกฎนู่นกฎนี่กฎนั่นมาตั้งมากมาย แต่ก็มีข้อยกเว้นอยู่ดี  ข้อยกเว้นของการใช้  not ก็คือ  มันสามารถไปวางไว้หน้านามได้เหมือนกัน  แปลกไหมล่ะ  แต่มีข้อแม้ว่านามนั้นต้องมีคำบอกจำนวนอยู่ข้างหน้า  เช่น

  • Not many people are allowed to enter the stadium.
  • Not much sugar was used in this dish.

นอกจากนี้ในบางกรณี  ก็สามารถเลือกได้ว่าจะใช้  no หรือ not  เช่น

  • There was not any food left in the kitchen.
  • There was no food left in the kitchen.

สองประโยคนี้ความหมายเหมือนกันค่ะ คือแปลว่า ไม่มีอาหารเหลืออยู่ในห้องครัว

  • I have no money.
  • I don’t have any money.

สองประโยคนี้ก็มีความหมายเดียวกัน  ซึ่ง don’t ก็คือ do not ที่เป็นรูปย่อ  แต่ข้อควรระวังคือ  อย่าเอาสองคำนี้มาใช้รวมกันเด็ดขาด  คือ  I don’t have no money.  อย่างนี้ผิดค่ะ  เพราะ ถ้าจะใช้ no ก็ไม่ต้องมี don’t ข้างหน้าแล้ว  เพราะ no มีความหมายเป็นปฏิเสธอยู่แล้ว กริยาจึงต้องเป็นรูปประโยคบอกเล่า  แต่ถ้าจะใช้  don’t  ก็อย่าเอา  no  มาทับซ้อนกัน   ใช้แค่ตัวใดตัวหนึ่งเท่านั้นค่ะ  ประมาณว่า  เสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้  ^^

 Posted by at 12:27 pm
Sep 212014
 
How ya doin'?

How ya doin’?

การพูดภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน บ่อยครั้งที่ชาวต่างชาติมักจะพูดคำย่อที่ไม่เป็นทางการ หรือเป็นภาษาพูดในการพูดคุยกัน เพื่อให้คำพูดนั้นดูสั้นลง และกระทัดรัด หากเราไม่รู้จักคำย่อเหล่านี้เราก็อาจจะไม่เข้าใจสิ่งที่ชาวต่างชาติต้องการสื่อสาร  วันนี้เรามารู้จักคำย่อต่างๆ เหล่านี้กันครับ

ตัวอย่างคลิปวีดีโอ How Native Speakers Use Gonna, Wanna & Gotta จาก http://reallifeglobal.com/

ตัวอย่างคำพูดย่อ

  • you = ya (ยา) ==> How ya doin’? (How are you doing?)
  • am not/are not/is not = ain’t (เอ๊นทฺ) ==> I ain’t sure.
  • will not = won’t (โว็ทฺ)
  • do not = dona (โด็นา)
  • don’t you = dontcha
  • its = tis (ทิซฺ)
  • has not/have not = ain’t (เอ๊นทฺ) ==> I ain’t done it.
  • give me = gimme (กิมมี) ==>  Can you gimme a hand?
  • come on = cmon (คะมอน)
  • don’t know = dunno (ดะโน)
  • let me = lemme (เล๊มมี) ==> Lemme go!
  • out of = outta (เอ๊าท์ดะ)
  • could have = coulda (คู๊ลดะ)
  • should have = shoulda (ชู๊ดดะ)

Continue reading »

 Posted by at 10:59 pm
Sep 052014
 

ศัพท์ภาษาอังกฤษ สัตว์บก (land animals vocabulary)

alpaca อัลปาก้า

alpaca อัลปาก้า

ศัพท์ที่ควรรู้

  • animal (แอ๊นนิมอล) สัตว์
  • ant (แอ๊นทฺ) มด
  • antelope (แอ๊นโทลโลพฺ) ละมั่ง

    antelope (แอ๊นโทลโลพฺ) ละมั่ง

    antelope (แอ๊นโทลโลพฺ) ละมั่ง

  • ape (เอ๊พฺ) ลิงชนิดไม่มีหาง

    ape (เอ๊พฺ) ลิงชนิดไม่มีหาง

    ape (เอ๊พฺ) ลิงชนิดไม่มีหาง

  • baboon (บาบู๊น)  ลิงบาบูน
  • badger (บ๊าเจอรฺ) แบดเจอร์

    badger แบดเจอร์

    badger แบดเจอร์

  • bear (แบรฺ) หมี
  • black bear (แบ็ลคแบรฺ) หมีดำ
black bear (แบ็ลคแบรฺ) หมีดำ

black bear (แบ็ลคแบรฺ) หมีดำ

  • beaver (บี๊เฝอรฺ)  บีเวอร์

    beaver (บี๊เฝอรฺ)  บีเวอร์

    beaver (บี๊เฝอรฺ) บีเวอร์

  • bison (ไบเซิน) กระทิง

    bison กระทิง

    bison กระทิง

Continue reading »

 Posted by at 2:16 pm
Sep 042014
 
เครื่องปรุงอาหาร  seasoning

เครื่องปรุงอาหาร seasoning

ศัพท์ที่ควรรู้

  • cilantro (สิแล๊นโท็ร) ผักชี
  • coconut มะพร้าว
    • coconut milk  น้ำกะทิ
  • cooking oil น้ำมันปรุงอาหาร
    • olive oil  น้ำมันมะกอก
    • vegetable oil น้ำมันพืช
    • corn oil น้ำมันข้าวโพด
    • coconut oil  น้ำมันมะพร้าว
    • sesame oil น้ำมันงา
  • flour  แป้งทำอาหาร
  • fried onions หอมเจียว
  • garlic กระเทียม
    • fried garlic  กระเทียมเจียว
    • pickled garlic กระเทียมดอง
  • ginger ขิง
    • pickled ginger  ขิงดอง
  • ingredient  ส่วนผสม
  • lard (ล๊าดฺ) น้ำมันหมู
  • fried shallots หอมแดงทอด
  • monosodium glutamate ผงชูรส
  • onion หอม
    • spring onion ต้นหอม
  • mustard มัสตาด
  • spice  เครื่องเทศ
  • side dishes เครื่องเคียง
  • seasoning เครื่องปรุงอาหาร
    • chilli powder พริกป่น
    • peper พริกไทย
    • sugar น้ำตาล
    • salt เกลือ
    • lime juice  น้ำมะนาว
    • vinegar น้ำส้มสายชู
    • shoyu ซอสโซยุ
  • sauce
    • black Soya sauce ซี้อิ้วดำ
    • chilli sauce   ซอสพริก
    • fish sauce น้ำปลา
    • soy sauce ซีอิ๊ว
    • light soy sauce  ซีอิ๊วขาว
    • dark soy sauce ซีอิ๊วดำ
    • oyster sauce  น้ำมันหอย
    • tomato sauce  ซอสมะเขือเทศ
    • soy bean paste เต้าเจี้ยวน้ำ

Continue reading »

 Posted by at 7:02 pm
Sep 022014
 

ช่วงนี้เริ่มเข้าสู่หน้าฝนแบบเต็มตัวกันแล้ว เรามาดูศัพท์ต่างๆ เกี่ยวกับฝนกัน

It's raining cats and dogs

It’s raining cats and dogs

ตัวอย่างบทสนทนา

  • It’s windy. มีลมแรง
  • It’s windy today. วันนี้มีลมแรง
  • Today is windy. วันนี้มีลมแรง
  • It’s cloudy.  มีเมฆมาก
  • It’s foggy.  มีหมอกลงจัด
  • It’s foggy today. วันนี้หมอกลงจัด
  • It’s hazy. มีหมอกควันมาก
  • It’s snowy.  มีหิมะตกมาก
  • It’s snowing. หิมะกำลังตก
  • It’s sunny. มีแดด
  • It’s hailing. ลูกเห็บตก
  • The sky is overcast.  ท้องฟ้าปิด
  • There is an overcast today. ว้นนี้ท้องฟ้าปิด
  • It’s going to rain. ฝนกำลังจะตก
  • It’s lightning.  ฟ้าแลบ
  • Is it raining? ฝนตกไหม
  • It’s starting to rain. ฝนเริ่มตก
  • It’s raining. ฝนตก
  • It’s raining a little bit. ฝนตกเล็กน้อย
  • It’s raining lightly. / It’s raining slightly.ฝนตกเบาบาง
  • It’s sprinkling. ฝนตกปรอยๆ
  • It’s drizzling. ฝนตกปรอยๆ
  • It’s drizzling outside. ข้างนอกฝนตกปรอยๆ
  • It’s raining all around. ฝนตกกระจายทั่ว
  • It’s stormy.  มีพายุ
  • It’s raining heavily. ฝนตกหนัก
  • It’s raining hard. ฝนตกหนัก
  • It’s raining very hard. ฝนตกหนักมาก
  • It’s pouring. ฝนตกแบบเทลงมา, ฝนตกหนักมากๆ
  • The rain is pouring down. ฝนกำลังตกเทลงมาอย่างหนัก
  • It’s raining cats and dogs. ฝนตกแบบเทลงมา, ฝนตกหนักมากๆ
  • It’s raining like a cow pissing on a flat rock. ฝนตกแบบเทลงมา, ฝนตกหนักมากๆ
  • It’s raining cats and dogs this morning.  เมื่อเช้าฝนตกหนักมาก
  • It’s flooded. น้ำท่วม
  • It’s stopped raining.     ฝนหยุดตกแล้ว
  • How’s the weather? / What’s the weather like?  อากาศเป็นอย่างไร
  • How’s the weather today? / What’s the weather like today?  วันนี้อากาศเป็นอย่างไร
  • The weather is good today. วันนี้อากาศดี
  • It’s sunny.  แดดออก
  • It’s clearing up. อากาศเริ่มแจ่มใส
  • Don’t forget to bring an umbrella with you.? อย่าลืมพกร่มติดตัวไปด้วยล่ะ
  • Is it raining hard? ฝนตกหนักไหม
  • Is it raining now? ตอนนี้ฝนกำลังตกหรือเปล่า
  • Did it rain yesterday? เมื่อวานนี้ฝนตกไหม
  • It rained yesterday.  เมื่อวานนี้ฝนตก
  • It’s been raining since this morning.  ฝนตกตั้งแต่เช้าแล้ว (It’s been ย่อมาจาก It has been)
  • It was cold yesterday. เมื่อวานนี้หนาว
  • It will be cloudy tomorrow.  พรุ่งอาจจะมีเมฆมาก
  • It will rain tomorrow.  พรุ่งจะฝนตก
  • Is the weather hot there? ที่นั่นอากาศร้อนไหม
  • It’s hot. อากาศร้อน
  • It’s warm. อากาศอบอุ่น
  • It’s cool. อากาศเย็น (ไม่ถึงขั้นหนาว)
  • It’s cold. อากาศหนาว
  • It’s chilled. อากาศเย็นสบาย
  • It’s chilly. อากาศเย็น
  • The weather is very chilly. อากาศเย็นมากๆ
  • It’s freezing. อากาศหนาวจัด
  • It’s hot and humid. อากาศร้อนและอบอ้าว
  • There’s no sunshine today. วันนี้ไม่มีแดด
  • It’s sunny again. แดดออกอีกครั้ง
  • There is a nice breeze today.  วันนี้มีลมพัดโชยเบาๆ

*** ข้อสังเกตุ
1. ถ้าประโยคอยู่ในโครงสร้าง It is + verb-ing  แสดงว่าสภาพอากาศนั้นกำลังเกิดขึ้น
2. ถ้าประโยคอยู่ในโครงสร้าง It is + adjective  อธิบายถึงสภาพอากาศ
3. มักจะมีการเติม y เข้าไปท้ายคำ noun เพื่อเปลี่ยนเป็นคำ adjective  เพื่ออธิบายถึงสภาพอากาศที่เกิดขึ้น เช่น

  • rain n. ฝน –>  rainy adj. มีฝน
  • cloud n. เมฆ  –>  cloudy adj. มีเมฆมาก
  • wind  n. ลม –>  windy  adj. มีลม
  • sun  n. ดวงอาทิตย์ –>  sunny  adj. มีแดด
  • mist n. หมอกบางๆ  (ละอองหมอก, หมอกน้ำค้าง)  —>  misty  adj. มีหมอกบางๆ
  • fog n. หมอก(เมฆที่สัมผัสกับพื้นผิวโลก) –> fogy adj. มีหมอกจัด
  • sun n. ดวงอาทิตย์  –> sunny adj. มีแดดจัด

Continue reading »

Sep 012014
 
ภาษาอังกฤษที่ธนาคาร  At the Bank

ภาษาอังกฤษที่ธนาคาร At the Bank

ตัวอย่างบทสนทนา

  • Is there a bank around here?  บริเวณนี้มีธนาคารไหมครับ
  • I want to deposit the money. ผมต้องการฝากเงินครับ
  • I want to open a bank account. ผมต้องการเปิดบัญชีครับ
  • I’d like to open an account here.   ผมอยากจะเปิดบัญชีที่นี่ครับ
  • What kind of account would you like to open? คุณอยากเปิดบัญชีประเภทไหนครับ
  • What type of account would you like to open? คุณอยากเปิดบัญชีประเภทไหนครับ
  • I’d like to open a savings account. ผมอยากเปิดบัญชีออมทรัพย์ครับ
  • I’d like to open a current account. ผมอยากเปิดบัญชีกระแสรายวันครับ
  • What interest do you pay on fixed deposits?  อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำเท่าไหร่ครับ
  • How much will your opening deposit be? คุณต้องการฝากเงินบัญชีเปิดใหม่เท่าไหร่ครับ
  • I want to withdraw some money from my account. ผมต้องการถอนเงินบางส่วนจากบัญชีครับ
  • I would like to make a withdrawl. ผมอยากถอนเงิน
  • Here is my account number. นี่คือหมายเลขบัญชีของผม
  • How much would you like?  คุณอยากถอนเงินเท่าไหร่
  • I want to change money. ผมต้องการแลกเงินครับ
  • Do you want notes or coins?    คุณต้องการธนบัตรหรือเหรียญครับ
  • Have you got smaller notes?  คุณมีธนบัตรใบย่อยกว่านี้ไหมครับ
  • I want to exchange the money. ผมต้องการแลกเงินครับ
  • What’s the rate today?     อัตราแลกเปลี่ยนวันนี้เท่าไรครับ
  • The dollar has dropped. เงินดอลล่าร์ต่ำลง
  • How many dollar would I receive for 5,000 Bath? เงิน 5,000 บาทแลกเป็นเงินดอลล่าร์ได้เท่าไหร่ครับ
  • I want to cash a traveller’s cheque. ต้องการแลกเช็คเดินทาง
  • I want a check book. ผมต้องการสมุดเช็คครับ
  • Can I cash this cheque?  ผมขอขึ้นเงินสดเช็คนี้ได้ไหมครับ
  • Sign on the back, please.   กรุณาเซ็นชื่อด้านหลังเช็คครับ
  • Please sign your name here. กรุณาเซ็นชื่อของคุณตรงนี้
  • A cheque has been returned by the bank.  เช็คถูกส่งกลับโดยธนาคาร
  • Has the money arrived?  เงินเข้าหรือยังครับ
  • We have debited your account.   เราได้หักจากบัญชีของคุณแล้ว
  • Would you like another service?  คุณต้องการทำรายอื่นอีกหรือไม่
  • I would like to make a deposit.  ผมอยากฝากเงินครับ
  • How much is the interest rate on your savings account. อัตราดอกเบี้ยเงินฝากบัญชีออมทรัพย์ท่าไหร่ครับ
  • I’d like to transfer some money. ผมอยากจะโอนเงินหน่อยครับ
  • I would like to close my account.  ผมอยากจะปิดบัญชีครับ
  • How much do you charge if I use a different bank’s ATM. ค่าธรรมเนียมในการใช้ตู้ ATM ต่างธนาคารเท่าไหร่ครับ

ศัพท์ที่น่าสนใจ

Continue reading »

 Posted by at 11:59 pm
Aug 302014
 
At the hotel

At the hotel

 

ตัวอย่างประโยคสนทนา

  • Where is the hotel? โรงแรมอยู่ที่ไหนครับ
  • Which hotel are you staying at? คุณพักที่โรงแรมไหน
  •  How do I go to the hotel? ฉันจะไปโรงแรมได้อย่างไร
  • How long does it take to go to the…(ชื่อโรงแรม)..? ไป.(ชื่อโรงแรม)..ใช้เวลานานเค่ไหนครับ
  • I want to book a room. ผมต้องการจองห้องพักครับ
  • Do you have any rooms?  มีห้องว่างไหมครับ
  • Do you have a room available? คุณมีห้องพักว่างสักห้องไหมครับ
  • Are there any rooms available? มีห้องว่างไหมครับ
  • What kind of room do you want? คุณต้องการห้องแบบไหนครับ
  • Which day would you like to check in? คุณต้องการเข้าพักวันไหนครับ
  • Could I see the room? ผมขอดูห้องพักหน่อยได้ไหมครับ
  • I’m sorry,  we’re full up.  ขอโทษครับ ห้องพักเต็มแล้ว
  • I would like to make a reservation. ผมต้องการจองห้องพักครับ
  • I would like to reserve  a room for two. ผมต้องการจองห้องพักสำหรับสองท่านครับ
  • How much does the room cost per night? ค่าห้องพักคืนละเท่าไหร่ครับ
  • How much does it cost per night?  ค่าห้องพักคืนละเท่าไหร่ครับ
  • What is the price per night? ค่าห้องพักคืนละเท่าไหร่ครับ
  • What are the room rates? อัตราค่าห้องพักคิดอย่างไรครับ
  • Is the breakfast included? ราคานี้รวมอาหารเช้าด้วยไหมครับ
  • The breakfast is excluded.  ไม่รวมอาหารเช้าครับ
  • What floor is the room on? ห้องพักอยู่ชั้นไหนครับ
  • Have you got anything cheaper?   คุณมีราคาที่ถูกกว่านี้ไหม
  • OK, I’ll take it. ตกลง ผมเอาห้องนี้ครับ
  • Do you have a reservation?     คุณจองห้องล่วงหน้าไว้หรือเปล่า
  • I made a reservation through your website. ผมจองผ่านเว็บไซต์ของโรงแรม
  • I need a room for two. ผมต้องการห้องพักสำหรับสองท่านครับ
  • I would like to postpone the check-out date. ผมต้องการเลื่อนสันเช็คเอ้าออกไปครับ
  • May I have your name, Sir?    ขอทราบชื่อของคุณด้วยครับ
  • Do you have any luggage?     คุณมีสัมภาระไหมครับ
  • Please wake me up at 6 am. กรุณาปลุกผมตอนเช้า 6 โมงด้วยครับ
  • Where do we have breakfast?     เราจะทานอาหารเช้าได้ที่ไหนครับ
  • I’ve lost my room key.  ฉันทำกุญแจห้องหาย
  • Are there any laundry facilities?     ที่นี่มีบริการซักรีดไหมครับ
  • What time do I need to check out?     ฉันต้องเช็คเอ้าออกตอนกี่โมงครับ
  • When is the check-out time?   ต้องเช็คเอ้าออกตอนกี่โมงครับ
  • I’d like to check out, please.  ผมต้องการเช็คเอ้าครับ
  • My room number is …xxx…     ห้องของฉันเบอร์ …xxx…
  • Where is the toilet? ห้องน้ำอยู่ที่ไหนครับ
  • My room’s not been made up     ห้องของฉันยังไม่ได้ทำความสะอาด
  • Could you please change the sheets?   รบกวนช่วยเปลี่ยนผ้าปูที่นอนได้ไหมครับ
  • Could you please call me a taxi?     กรุณาเรียกแท็กซี่ให้หน่อยได้ไหมครับ

ศัพท์และวลีที่ควรรู้

  • Air conditioning     เครื่องปรับอากาศ
  • Additional เพิ่มเติม
  • Arcade ร้านค้า
  • Banquet Hall ห้องจัดเลี้ยง
  • Ballboy คนรับกระเป๋า
  • Blanket ผ้าห่ม

Continue reading »

 Posted by at 1:03 am