Dec 162016
 

การตอบรับเป็นภาษาอังกฤษเมื่อมีใครบอกข่าวดีหรือข่าวร้าย

เวลาที่ต้องพูดภาษาอังกฤษ สิ่งที่เป็นปัญหาอย่างนึงของคนไทยที่สังเกตได้คือ การตอบรับ (response)ต่อสถานการณ์ต่างๆ  ไม่รู้ว่าจะพูดตอบกลับไปว่าอย่างไร บางคนก็พูดไปง่ายๆเท่าที่รู้ คือ Yes  No  Ok  หรือยึดติดกับคำเดิมๆเป็นแพทเทิร์นที่จำมาตั้งแต่ประถม เช่น  How are you?  พอได้ยินคำถามนี้ก็เหมือนถูกตั้งโปรแกรมไว้ว่าต้องตอบว่า I’m fine.  ทั้งๆที่ก็ตอบอย่างอื่นได้อีกหลายแบบ จะดีกว่ามั้ยถ้าเราสามารถตอบได้หลายๆรูปแบบเพื่อให้การใช้ภาษาอังกฤษของเรามีความเท่ไปอีก  ในตอนนี้จะขอแนะนำการตอบรับในสถานการณ์ที่เมื่อได้รับรู้ข่าวดี หรือ ข่าวร้าย

เมื่อมีใครมาเล่าข่าวดีให้ฟัง  เช่น  เรียนจบแล้ว กำลังจะแต่งงาน  ได้งานทำ  ได้เลื่อนขั้น  หรือได้รับรางวัลต่างๆ เราสามารถแสดงความยินดีด้วยประโยคต่อไปนี้ค่ะ

  • That’s fantastic.
    wonderful.    —————–> ยอดเยี่ยมมาก
    terrific.
    great.
  • I’m so happy to hear that.
    ดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น
  • I’m so happy with you.
    ดีใจกับคุณด้วย
  • That’s a great news.
    เป็นข่าวที่เยี่ยมมาก
  • Congratulations!
    ยินดีด้วย

เมื่อมีข่าวดี ก็ต้องมีข่าวร้าย  เช่นอาจจะมีเพื่อนมาเล่าให้ฟังว่า  ตกงาน  พ่อป่วยเข้าโรงพยาบาล   งานไม่ราบรื่น  เราอาจจะพูดประโยคแสดงความเสียใจได้ดังนี้ค่ะ Continue reading »

 Posted by at 8:10 am
Dec 162016
 

การใช้ will

พอพูดถึง will เรามักจะคิดถึงเหตุการณ์ที่เป็นอนาคต  และก็ความหมายมันก็แปลว่า “จะ”  ชั้นจะทำโน่น ทำนี่  จะไปที่นั่นที่นี่  แต่รู้หรือไม่?? เราต้องแยกประเด็นว่า ภายใต้คำว่า “จะ”นั้น มันเป็นเหตุการณ์ที่เราได้วางแผนเอาไว้แล้ว  หรือ  มันเป็นเหตุการณ์ที่เราคิดแบบปัจจุบันทันด่วน ไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจไว้ล่วงหน้า  เพราะเราจะใช้ will ในกรณีที่เราคิดตัดสินใจเดี๋ยวนั้นเลย  ไม่มีการวางแผนอะไรทั้งนั้น  ซึ่งถ้าเป็นเหตุการณ์ที่ตั้งใจ หรือมีการวางแผนเอาไว้แล้วเรามักจะใช้  to be going to ค่ะ  เอ้า!! มาดูความต่างกันค่ะ

  • I’m going to Spain tomorrow. My flight is at 7 pm.
    ฉันจะไปสเปนพรุ่งนี้  เที่ยวบินตอนทุ่มนึง

(**เห็นมั้ยคะว่า มีการวางแผนไว้แล้ว จองตั๋วไว้ด้วย ไปแน่ๆชัวร์ๆไม่มั่วนิ่มนะ)

  • The flights to London are all reserved, so I will go by the train.
    เที่ยวบินไปลอนดอนถูกจองเต็มแล้ว ชั้นก็เลยจะไปด้วยรถไฟแทน

(**ไม่ได้คิดมาล่วงหน้า เพราะเป็นการตัดสินใจโดยทันที)

และนั่นหรือประเด็นแรกในการใช้ will  ประเด็นต่อมา  will ยังใช้ในการให้คำสัญญาได้ด้วย ว่าชั้นจะไม่ทำอย่างนั้นนะ  อย่างนี้นะ  เช่น

  • I’ll be back soon.
    เดี๋ยวฉันจะกลับมาเร็วๆนี้

ใช้ในรูปปฏิเสธบ้างก็ได้ เช่น

  • I won’t keep you waiting long.
    ผมจะไม่ปล่อยให้คุณต้องรอนานๆอีก

นอกจากให้สัญญาแล้ว เราอาจจะใช้ในการคาดการณ์ หรือทำนายเหตุการณ์ในอนาคตก็ได้ ซึ่ง!! ต้องขอย้ำว่าเป็นการคาดการณ์จากความรู้สึกไม่ได้มีหลักฐานชัดเจนอะไร  ในกรณีนี้เราจะใช้ will โลดดดดค่ะ   แต่ถ้าหากเป็นการคาดการณ์แบบมีหลักฐานชัดเจนที่แสดงให้เห็นว่าจะเกิดแน่ๆเราก็จะกลับไปใช้บริการ  to be going to อีกเช่นเคยค่ะ เช่น Continue reading »

 Posted by at 7:57 am
Nov 272016
 

หลากหลายวิธีการใช้  keep

Keep  นอกจากจะแปลว่า “เก็บ,รักษา”  แล้ว ยังแปลเป็นอย่างอื่นได้อีกด้วยมีรูปแบบการใช้ที่หลากหลายอีกร้อยแปดพันแบบค่ะ  เคยเจอ keep ในประโยคมั้ยคะ แล้วแบบคิดไม่ออกว่าจะแปลว่าอะไรดี??

—-keepแรก แปลว่า “เก็บ,รักษา”—- ถึงจะรู้อยู่แล้วแต่ก็ต้องพูดซะหน่อย  เพราะบางทีมันก็ใช้บ่อยกับบางคำ  เช่น keep a secret   keep a promise  เช่น

  • I must keep a promise I made.
    ฉันต้องรักษาสัญญาที่ให้ไว้

—-keepต่อมาคือ keep + Ving—-keep แบบนี้มีความหมายว่า ทำสิ่งๆนั้นต่อไปเรื่อยๆ  เช่น

  • Even if our team has lost, we will keep playing soccer.
    แม้ว่าทีมเราจะแพ้ เราก็จะเล่นฟุตบอลต่อไป

** ใช้ keep on + Ving ก็ให้ความหมายเดียวกันค่ะ

—-keep someone doing something—- ในโครงสร้างจะหมายถึง ให้ใครบางคนทำสิ่งนั้นๆ เช่น Continue reading »

 Posted by at 7:00 pm
Nov 272016
 

การใช้ prefer, would prefer

คำว่า prefer/would preferแปลว่า ชอบมากกว่า  คือ ชอบอะไรมากกว่าอะไร นั่นเอง  ซึ่งก็มีการใช้หลากหลายรูปแบบด้วยกันดังนี้ค่ะ

เริ่มจากรูปแบบการใช้ prefer กันก่อนค่ะ

—-prefer something to something else—-

คือชอบอะไรมากว่าอะไร ตรง something กับ something else เราก็ใส่คำนามลงไป เช่น

  • I preferthis spotted dressto that flowery dress.
    ฉันชอบชุดเดรสลายจุดตัวนี้มากกว่าชุดลายดอกตัวนั้น

—-prefer doing something to doing something else—-

ในที่นี้หมายถึง  ชอบการทำอะไร มากกว่า การทำอะไร  เช่น

  • She prefers walking to taking a cab.
    เธอชอบที่จะเดินมากกว่านั่งแท้กซี่

** สองโครงสร้างด้านบน มีเงื่อนไขนิดนึงว่า หน้า to และหลัง to จะต้องเป็นคำประเภทเดียวกันค่ะ  เช่นถ้าเป็นคำนามก็ต้องเป็นคำนามทั้งสอง หรือถ้าเป็นกริยาก็ต้องเป็นกริยาทั้งสองคำค่ะ

—–prefer to do something rather than(do) something else—–

สังเกตนะคะว่า โครงสร้างนี้ใช้ prefer to   ส่วนที่เชื่อมเราใช้ rather than แทนคำว่า to ค่ะ เช่น Continue reading »

 Posted by at 6:56 pm
Nov 272016
 

จะพูดเป็นภาษาอังกฤษว่าอย่างไร ถ้าอยากบอกว่า “ฉันปวดฉี่”

เป็นเรื่องใกล้ตัวมากๆเลยนะคะ เพราะทุกๆวันเราก็ต้องอุจจาระหรือปัสสาวะออกมา ถูกมั้ยคะ  แต่ถ้าเราต้องไปพูดกับชาวต่างชาติ เราจะพูดยังไงดีให้ดูสุภาพ  หรือไม่น่าเกลียดจนเกินไป  เราลองมาดูกันค่ะ

คำที่แปลว่า ปัสสาวะ หรือ อุจจาระ หรือภาษาบ้านๆก็คือ ฉี่ หรือ อึ เนี่ย ภาษาอังกฤษเค้าก็มีหลายคำนะคะ  แต่เราต้องรู้ด้วยว่าคำนี้ใช้ในสถานการณ์แบบไหนได้บ้าง  สุภาพหรือไม่สุภาพ เราลองมาดูคำที่เป็นทางการมากๆก่อนนะคะ  มักจะเจอในโรงพยาบาลหรือการพูดคุยเรื่องสุขภาพ  ถ้าพูดถึงปัสสาวะก็จะใช้คำว่า urine ค่ะ  แต่ถ้าเป็นอุจจาระก็จะใช้คำว่า stoolคำนี้แปลว่า “เก้าอี้นั่ง” ก็ได้นะคะ  เพราะฉะนั้นถ้าไปได้ยินคำนี้เราก็ต้องดูบริบทและสถานการณ์ด้วย Continue reading »

 Posted by at 6:53 pm
Nov 242016
 

Being ใช้ยังไง??

ไปอ่านเจอมาคำนึง คำว่า“The Art of Being Alone”  แปลว่า “ศิลปะของการอยู่คนเดียว”  เจอคำว่า being ในข้อความนี้ก็ให้บังเกิดความสงสัยกับคำว่า being ในประโยคว่าแปลว่าอะไร?  ใช้ยังไง?  เพราะพอไปพึ่งพจนานุกรมก็ช่วยไม่ได้มาก  จริงๆแล้วการจะเข้าใจการใช้คำว่า being ต้องเข้าใจหลักไวยากรณ์อังกฤษค่ะถึงจะรู้ที่มาที่ไปของคำว่า being แบบหมดเปลือก ทะลุปรุโปร่ง   ว่าแล้วก็ตามมาดูกันค่ะว่า  being มันใช้ยังไงกัน

being  มันแปลงร่างมาจาก  be+ingนี่แหละค่ะ  คำถามต่อมาคือ  แล้ว  be คืออะไร??

beก็คือกริยารูปไม่ผันหรือรูป base form ของ verb to be (is, am, are) นั่นแหละค่ะ  ร้องอ๋อยังค่ะ!!  แล้วมันจะกลายร่างเป็น  being ได้ตอนไหนล่ะ??  ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า การนำเอากริยามาบวกด้วย ing เนี่ยเขาเรียกว่า gerund ค่ะ  เพื่อทำให้กริยานั้นเป็นคำนาม  เช่น

sleep  —-   sleeping          การนอน

walk  —–    walking          การเดิน

เมื่อเป็นคำนามก็สามารถเป็นประธานหรือกรรมในประโยคได้ใช่มั้ยคะ  ทีนี้บังเอิญว่าเราไปเจอคำว่า being+ adjectiveขึ้นต้นประโยคเป็นประธาน  ในทีนี้จะแปลว่า  “การ……/ความ…..”  อะไรสักอย่างตามความหมายของ adjective ตัวนั้น เช่น Continue reading »

 Posted by at 3:31 pm
Nov 242016
 

That ใช้อย่างไรได้บ้าง

วันก่อนอ่านหนังสือแล้วเจอคำว่า that บ่อยมาก  แต่ในแต่ละบริบทนั้น  that กลับให้ความหมายต่างกันซึ่งน่าสนใจมาก  ทุกคนแน่ใจแล้วหรือยังว่ารู้จักคำว่า “that” กันอย่างทะลุปรุโปร่งแล้วเอาล่ะ!  มาดูสิว่า  that เนี่ยเอาไปใช้อย่างไรได้บ้างในประโยค

—-That แปลว่า นั้น,นั่น—-

ในความหมายนี้เราจะใช้แบบ มีคำนามต่อท้าย หรือไม่มีคำนามต่อท้ายก็ได้ซึ่งใช้กับคำนามหรือแทนคำนามที่เป็นเอกพจน์มีแค่สิ่งเดียว    เช่น

  • That man is very smart.
    ผู้ชายคนนั้นเท่มากๆเลย
  • That is a new policy of the company.
    นั่นเป็นนโยบายใหม่ของบริษัท
  • That was a good trip.
    นั่นเป็นทริปที่ดีมากๆ
  • It’s not like that.
    มันไม่ได้เป็นแบบนั้น

—-That แปลว่า “ขนาดนั้น”ก็ได้นะเออ—- Continue reading »

 Posted by at 3:27 pm
Nov 242016
 

like แปลว่า “ชอบ”  อย่างเดียวซะเมื่อไหร่

เดี๋ยวนี้น้อยคนนักที่จะไม่เคยได้ยินคำว่า กดlike  คือการกดถูกใจให้กับสิ่งที่ชอบ  บางคนก็ร่ำเรียนภาษาอังกฤษกันมาก็รู้จักคำว่า like ในความหมายว่า “ชอบ”  แต่รู้หรือไม่คะคุณขาว่ามันมีความหมายอย่างอื่นได้เหมือนกันนะคะ

—-likeแปลว่า  ชอบ—-    เป็นคำกริยา (verb)  เพราะฉะนั้นเวลาถามคำถามว่าคุณชอบอะไรถึงต้องใช้กริยาช่วย  do หรือ does ตามแต่ประธาน  เช่น

  • Do you like Thai food?
    คุณชอบอาหารไทยมั้ย
  • Does she like your present?
    เธอชอบของขวัญของคุณมั้ย

—-like  แปลว่า  แบบ/ อย่าง, เหมือน—-    เป็นpreposition ค่ะเช่น Continue reading »

 Posted by at 3:18 pm
Nov 242016
 

ตอบปฏิเสธเป็นภาษาอังกฤษอย่างไรให้ดูเป็นมืออาชีพ

เวลาจะพูดปฏิเสธใครแต่ละที  ก็นึกถึงแต่คำว่า  No!  No!  No!  กันใช่มั้ยคะ  เบื่อกันมั้ยแถมใช้มากๆ  ใช้ไม่ดีน้ำเสียงไม่เป๊ะนี่  ฝรั่งเขาอาจจะหาว่าเราพูดห้วนๆได้นะคะ  ลองมาดูกันสิว่า  การตอบปฏิเสธแบบที่คนฟังไม่กล้าโกรธเนี่ยจะใช้ประโยคแบบไหนได้บ้าง จะยกตัวอย่าง 2 สถานการณ์นะคะ  คือ  เวลาที่มีใครชวนไปไหน  และ เวลาที่มีใครมาเสนอให้ความช่วยเหลือเรา

ในสถานการณ์ที่มีใครมาชวนเรา  เอาแบบง่ายๆก่อนเลยนะคะ  เราก็อาจจะพูดว่า  I’m sorry I can’t….หรือ I’m afraid I can’t……ขอโทษนะ   ฉันไปไม่ได้  อะไรก็ว่าไป  เช่น

A: Would you like to have dinner with me tonight?
B: I’m afraid I can’t come tonight. I have to study for exam tomorrow.

หรืออาจจะใช้คำว่า I’m sorry I won’t be able to…….. / I’m afraid I won’t be able to……  ก็ได้ค่ะดูสวยสง่ามีราศีกว่าการใช้แค่คำว่า No!  เป็นไหนๆใช่มั้ยคะ

เอาละ! มาดูต่อสิว่าใช้อะไรได้อีก

เราอาจจะบอกว่า    I’d love to…but….   /  That sounds great, but…..  / 

Thanks for asking, but….ขึ้นต้นประโยคให้ดูดีเข้าไว้ค่ะ  แต่เห็นคำว่า but มั้ยคะ  นั่นแหละค่ะ เราก็ใส่เหตุผลลงไปว่าไปไม่ได้เพราะอะไร  บลา  บลา  บลา  เช่น Continue reading »

 Posted by at 3:10 pm
Nov 152016
 

good กับ well ต่างกันอย่างไร

goodกับ well สองคำนี้ก็แปลว่า  ดี  ทั้งคู่  หลายคนก็เลยถามว่า  แล้วใช้แทนกันได้มั้ย มาดูค่ะว่า good กับ  well ใช้อย่างไร

>>goodเป็น  adjective  เพราะฉะนั้นมันจึงทำหน้าที่ขยายคำนาม  วิธีใช้ก็คือจะวางไว้หลัง verb to be หรือ linking verb  เช่น

  • The show was so good.
    การแสดงดีมากเลย
  • It sounds good.
    ฟังดูดีนะ

หรือวางไว้หน้าคำนามก็ได้เพื่อขยายนามนั้น  เช่น

  • That is a good choice.
    นั่นเป็นตัวเลือกที่ดี
  • You are my good friend.
    เธอเป็นเพื่อนที่ดีของฉันนะ

>>well เป็น adverb  ซึ่งหน้าที่ของมันจะทำหน้าที่ขยายกริยา  เพื่อบอกว่าใครทำกริยานั้นๆอย่างไร  เช่น

  • Last night, you sang well.
    เมื่อคืนคุณร้องเพลงได้เพราะมาก
  • This building has been well designed to conserve energy.
    ตึกนี้ถูกออกแบบมาเป็นอย่างดีเพื่อประหยัดพลังงาน

และเรามักใช้ well ไปรวมกับคำกริยาแล้วทำให้กลายเป็น adjective ได้ เช่น Continue reading »

 Posted by at 7:51 am