Click to listen highlighted text!
Sep 022013
 

*** คุณสามารถไฮไลท์ตัวอักษรภาษาอังกฤษที่ต้องการออกเสียงได้เลยครับ (เมื่อเปิดจากเครื่องพีซี)

will ในรูปย่อ

  • I will ==> I’ll
  • He will ==> He’ll
  • She will ==> She’ll
  • It will ==> It’ll
  • You will ==> You’ll
  • We will ==> We’ll
  • They will ==> They’ll

should ในรูปย่อ

  • I should ==> I’d
  • I should not ==> I’ve not / I shouldn’t
  • He should ==> he’d
  • He should not ==> He’d not / He shouldn’t
  • She should ==> She’d
  • She should ==> She’d not / She shouldn’t
  • It should ==> It’d
  • It should ==> It’d not / It shouldn’t
  • Continue reading »

 Posted by at 3:04 pm
Aug 292013
 

don't make a noise

  • อักษร “b” เช่น aplomb , bomb , climb , comb , crumb , debt , doubt , dumb , lamb , limb , numb , plumb , subtle , succumb , thumb
  • อักษร “c” เช่น acquire , indict , muscle
  • อักษร “d” เช่น handkerchief , san(d)wich , Wednesday
  • อักษร “e” เช่น different , evening , vegetable
  • อักษร “g” เช่น align , assign , foreign , gnat , gnaw , sign, (g)iddiness
  • อักษร “gh” เช่น bought , bright , caught , eight , flight , fought , height , high , light , night , ought , nought , right , sigh , sight , slight , straight , taught , though , thought , through , tight , weigh , weight
  • อักษร “h” เช่น Anthony , apartheid , heir , honour , hour , Neanderthal , rhubarb , rhyme , rhythm , spaghetti , Thai , Thames , Thomas , thyme , whale , what , when , which , whim , whistle , white
  • อักษร “i” เช่น business
  • อักษร “k” เช่น knee , knife , knit , knock , know , knowledge
  • อักษร “l” เช่น almond , calm , could , half , should , stalk , talk , walk , would
  • อักษร “m” เช่น mnemonic
  • อักษร “n” เช่น autumn , column , condemn , damn , hymn , solemn
  • อักษร “o” เช่น chocolate , people
  • อักษร “p” เช่น pneumatic , pneumonia , psychology , psychiatry , receipt
  • อักษร “r” เช่น iron
  • อักษร “s” เช่น aisle/isle , island
  • อักษร “t” เช่น castle , listen , of(t)en , whistle
  • อักษร “u” เช่น antique , cheque
  • อักษร “w” เช่น acknowledge , answer , sword , who , whole , whore , wreck , wrinkle , wrist , write
  • นอกจากนี้ยังมีคำพ้องเสียงบางคำ(homophones)ที่มีคำที่ไม่ต้องออกเสียง เช่น aisle/isle , hour/our , muscles/mussels , sight/site , thyme/time , stalk/stork , would/wood , write/right.

อ้างอิง : http://teflpedia.com/Silent_letter

 Posted by at 11:50 am
Aug 172013
 

ตัวอย่างคำพ้องเสียงในภาษาอังกฤษ

คำพ้องเสียงคือคำที่ออกเสียงเหมือนกันแต่มีความหมายที่แตกต่างกัน ซึ่งถ้าเราไม่เข้าใจอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดไปจากสิ่งที่ต้องการจะสื่อได้
Homonym is a word that sounds the same as another but is different in meaning.

air heir loan lone
ail ale made maid
allowed aloud mail male
arc ark main mane
ate eight meat meet
bad bade medal meddle
bail bale missed mist
bald bawled muscle mussel
ball bawl none nun
bare bear oar ore
beach beech one won
bean been pail pale
bear bare pain pane
beat beet pair pear
bee be patience patients
beet beat peace piece
bell belle peal peel
berry bury plain plane
birth berth plane plain
blue blew pore pour
boar bore practice practise
board bored praise prays
bough bow pray prey
bow bough principal principle
boy buoy profit prophet
brake break rain reign
buy by/bye rap wrap
ceiling sealing read reed
cell sell read red
cent sent right write
cheap cheep ring wring
check cheque road rode
coarse course role roll
cord chord root route
dear deer rose rows
die dye sale sail
dun done scene seen
Dye die sea see
ewe you seam seem
eye I sew sow
fair fare sight site
feat feet soar sore
find fined sole soul
flea flee son sun
flew flu soot suit
flour flower stair stare
flower flour stake steak
fool full steal steel
fore four stile style
forth fourth suite sweet
foul fowl tail tale
fur fir tear tier
gait gate their there
grate great threw through
groan grown throne thrown
hair hare tide tied
hall haul to two
heal heel told tolled
hear here too to, two
heard herd towed toad
here hear urn earn
higher hire vain vein
him hymn vale veil
hole whole vein vane, vain
hour our waist waste
idle idol wait weight
key quay way weigh
knew new weak week
knight night wear where
knot not whole hole
know no witch which
lain lane wood would
lead led write right
leak leek yoke yolk
lessen lesson yore your

เครดิต : http://englishtrain-inter.blogspot.com/2012/03/11-homonyms.html

คำพ้องเสียงในภาษาอังกฤษ[Homophones] โดย http://www.loving2learn.com

 Posted by at 10:27 am
Aug 162013
 

google_translate

*** ในเว็บภาษาอังกฤษดอทคอมนี้ คุณสามารถไฮไลท์ตัวอักษรภาษาอังกฤษที่ต้องการออกเสียงได้เลยค่ะ

นับว่าเป็นความโชคดีของเราที่เกิดในยุคนี้ที่มีผู้ช่วยในการออกเสียงภาษาอังกฤษอย่าง google translate ให้ใช้กันอย่างฟรีๆ เสมือนเราได้ติดปีกกันเลยทีเดียว แม้ว่าการแปลประโยคภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทยจะไม่ถูกต้องนัก แต่เราก็สามารถนำจุดแข็งของ google translate มาใช้ นั่นก็คือ การออกเสียงภาษาอังกฤษที่เรากำลังเรียนรู้กันอยู่ เพียงเราใช้คำสั่ง Copy คำหรือประโยคภาษาอังกฤษที่ต้องการแล้วก็นำไป Paste ไว้ในช่องใส่ข้อความของ google translate หรือจะพิมพ์เอาเองก็ยังได้ แล้วเลือกภาษาต้นทางเป็นภาษาอังกฤษ และภาษาที่จะแปลเป็นภาษาไทยหรือจะเป็นภาษาอื่นๆที่ต้องการ จากรูปด้านบนเราจะเห็นว่ามีรูปลำโพงอยู่ใต้ช่องใส่ข้อความด้านมุมขวา เพียงเราคลิ๊กที่รูปลำโพง โปรแกรม google translate ก็จะอ่านออกเสียงให้เราฟังทันทีเห็นไหมล่ะคะว่าง่ายเหมือนปลอกกล้วยเข้าปาก (It’s a piece of cake.) และเคล็บลับที่สำคัญอีกอย่างที่จะทำให้ภาษาอังกฤษของเราพัฒนาไปอีกขั้นนั่นก็คือ ฟังให้มากๆ ก็เพื่อให้เราคุ้นเคยกับสำเนียง(accent)ภาษาอังกฤษนั่นเอง

 Posted by at 1:30 pm
Aug 122013
 

การเข้าใจความแตกต่างระหว่าง a กับ the ค่อนข้างสำคัญในการใช้ภาษาอังกฤษนะครับ ทั้งสองคำเป็นคำนำหน้านามเพียงแต่ว่า the เป็นคำนำหน้านามชี้เฉพาะในขณะที่ a เป็นคำนำหน้านามไม่ชี้เฉพาะ

สรุปง่ายๆก็คือ a หมายถึงอันใดอันหนึ่งที่ไม่เฉพาะเจาะจง เหมือนคำว่า สักอัน ส่วน the ก็เฉพาะเจาะจงเหมือน that กับ this คือทั้งผู้ฟังและผู้พูดเข้าใจว่ากำลังพูดถึงสิ่งไหนอยู่ อาจจะเป็นเพราะผู้พูดว่ามาแล้วหรือเพราะมันชัดเจนอยู่แล้ว

ยกตัวอย่างดีกว่า สมมุติมีทีวีหลายเครื่องอยู่ในห้องสักห้องหนึ่งแต่มีทีวีจอใหญ่แค่เครื่องเดียว ถ้าเราอยากบอกว่า เปิดทีวีจอใหญ่ก็จะพูดว่า Turn on the big screen TV. โดยใช้ the เพราะมีทีวีจอใหญ่เครื่องเดียว ดังนั้นผู้ฟังทุกคนเข้าใจว่าเราพูดถึงเครื่องไหนทั้งๆที่เราไม่ได้บอกก่อนหน้านั้นครับ แต่ถ้าบอกว่า Turn on the TV. ผู้ฟังจะไม่รู้ว่าเครื่องไหนเพราะมีหลายเครื่อง
ส่วน Turn on a TV. ก็จะหมายถึงเปิดทีวีสักเครื่องหนึ่ง

 Posted by at 10:16 pm
Aug 062013
 

การออกเสียง (Pronunciation)
Regular Verbs เมื่อต้องการทำเป็นรูปอดีตกาลด้วยการเติม ed จะออกเสียงแตกต่างกันได้ 3 เสียง คือ /t/ /d/ /id/

1. เมื่อคำกริยานั้นลงท้ายด้วยเสียงไม่ก้อง (Voiceless) f, k, p และ s จะออกเสียง ed เป็น /t/ “เทอะ” เช่น
cooked, kissed, watched, finished, stopped, laughed เป็นต้น

2. เมื่อคำกริยานั้นลงท้ายด้วยเสียงก้อง(Voice) b, g, v, m, n, r, l (เมื่อลองเอามือสัมผัสที่ต้นคอดูเสียงจะสั่น) จะออกเสียง ed เป็น /d/ “เดอะ” เช่น rubbed, arrived, opened เป็นต้น

3. เมื่อคำกริยานั้นลงท้ายด้วย t หรือ d ออกเสียง ed เป็น /id/ “อิด/ทิด” เช่น wanted, needed, visited เป็นต้น

วิธีการเปลี่ยนคำกริยาให้สื่อถึงอดีตกาลนั้นมี2รูปคือ
1. กริยาที่เปลี่ยนรูปเป็นอดีตกาลได้ด้วยวิธีเติม ed ต่อท้ายโดยตรง(regular verbs) โดยมีกฎเกณฑ์การใส่ ed ดังนี้

  • คำกริยาที่ลงท้ายด้วย e ก็เติมแค่ d ต่อท้าย
  • คำกริยาที่ลงท้ายด้วย y แต่หน้า y เป็นสระ ให้เติม ed ได้เลย
  • คำกริยาที่ลงท้างด้วยy แต่หน้า y เป็นพยัญชนะ ให้เปลี่ยนyเป็น i แล้วเติม ed เช่น carried (carry)
  • คำกริยา1พยางค์ที่ลงท้ายด้วยพยัญชนะ และหน้าพยัญชนะเป็นสละ(a,e,i,o,u) ให้เพิ่มพยัญชนะท้ายอีก1ตัว แล้วเติม ed เช่น stopped, planned เป็นต้น ยกเว้น tax –> taxed, tow –> towed
  • คำกริยา2พยางค์ที่เน้นเสียง(stress)พยางค์หลัง และพยัญชนะหน้าพยางค์หลังเป็นสละ(a,e,i,o,u) ให้เพิ่มพยัญชนะท้ายอีก1ตัว แล้วเติม ed เช่น refer –> referred, permit –> permitted เป็นต้น ยกเว้นคำกริยานั้นออกเสียงหนักที่พยางค์แรกให้เติม ed ได้เลย เช่น open –> opened, cover –> covered เป็นต้น
  • คำกริยาที่ลงท้ายด้วย c ให้เติม ked เช่น panicked เป็นต้น

ตัวอย่างเช่น

  • love –> loved
  • work –> worked
  • worry –> worried
  • cry –> cried
  • play –> planned

2. คำกริยาที่เปลี่ยนรูปเป็นอดีตกาล ที่อยู่นอกเหนือกฎการเติมด้วยed (irregular verbs) ซึ่งมีรูปแบบที่แน่นอน (ดูเพิ่มเติม ในกริยา3ช่อง) ตัวอย่างเช่น

  • sleep –> slept
  • sit –> sat
  • run –> ran

***ไม่ว่าจะเป็นคำกริยาแบบไหนขอเพียงเราใช้ความรู้สึกถึงช่วงเวลาที่เราต้องการจะสื่อ แล้วเลือกโครงสร้างที่สื่อถึงช่วงเวลานั้นใส่เข้าไป(ไม่ใช่เพียงท่องจำเพียงอย่างเดียว) เราก็จะสามารถสื่อสารอย่างเป็นธรรมชาติและอย่างเข้าใจ เช่น หากพูดกริยาวิ่ง ถ้าเราต้องการสื่อถึงการวิ่งที่ผ่านมาแล้วก็ให้รู้สึกถึง ran เลย แทนการนึกถึง run แล้วก็มาเปลี่ยนเป็น ran เราก็จะสมารถใช้คำกริยาให้เหมาะกับกาลได้อย่างเข้าใจและไม่ผิด

Click to listen highlighted text!