Click to listen highlighted text!

Search Results : whether » ภาษาอังกฤษดอทคอม "อยู่เมืองไทยก็เก่งภาษาอังกฤษได้"

Dec 162016
 

เจาะลึกการใช้  Indirect Question

ประโยคคำถามโดยทั่วไป  เช่น  What are you doing?  Do you speak English? เป็นประโยคคำถามที่เราเรียกว่า Direct Question หรือคำถามที่ถามออกมาตรงๆ ไม่อ้อมไม่ค้อมใดๆทั้งสิ้น ฟังปุ๊บรู้ปั๊บเลยว่าเป็นประโยคคำถาม  แต่ในวันนี้ที่จะนำเสนอคือ  Indirect questionค่ะ คือประโยคที่จะมีคำพูดอื่นมาเป็นส่วนนำก่อนแล้วจึงตามด้วยคำถาม ซึ่งตรงประโยคนำเนี่ยจะเป็นประโยคแบบไหนก็ได้  ส่วนใหญ่ก็มักจะเป็น  I would like to know……..

Please tell me…….  I wonder……      Could you tell me………?       Do you know…….?

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า ประโยคคำถามในภาษาอังกฤษมี 2 ลักษณะคือ

  • Yes/No question คือ คำถามที่ต้องตอบ yes หรือ no  ว่าใช่หรือไม่ใช่
  • Wh-question คือ คำถามที่ต้องการรายละเอียด หรือข้อมูล

ในการทำเป็น indirect question ก็ย่อมไม่เหมือนกัน   มาดูแบบ Yes/No questionกันก่อนเลย  เราจะใช้ตัวเชื่อมคือ  whether (or not)โดย or not จะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้ค่ะ ถ้าใส่จะใส่ติดกับ whether หรือใส่ท้ายประโยคเลยก็ได้  และอีกคำคือ  ifในที่นี้  if ไม่ได้แปลว่า ถ้า   แต่ให้ความหมายเหมือนคำว่า whether ที่แปลว่า  “หรือไม่” ค่ะ เช่น

Can you drive?        ——>          I would like to know if you can drive.
Did she come yesterday?   ——–>  Do you know whether she come yesterday or not?
Are you a programmer?  ——–>   I want to know if you are a programmer.

เมื่อทำเป็นประโยค indirect question แล้ว ไม่ว่ามันจะลงท้ายเป็นบอกเล่าหรือปฏิเสธส่วนใหญ่ก็ต้องการคำตอบ  ในประโยคแรกเราอาจจะตอบว่า  Yes, I can drive. / No, I can’tdrive. ก็ได้

ในกรณีที่เป็นคำถามแบบให้เลือก (alternative question) ก็ให้ใช้ตัวเชื่อม whetherเช่นกันค่ะ  แล้วใส่ or ระหว่างสองสิ่ง เช่น

Do you like tea or coffee?  —–>   I want to know whether you like tea or coffee.

แล้วถ้าเป็นคำถามแบบ Wh-question ล่ะ จะทำยังไง?  ง่ายมาก  ไม่ต้องเติมคำเชื่อมใดๆทั้งสิ้นเพราะเรามี Wh-question อยู่แล้ว  แต่ที่สำคัญคือ!! จะต้องเรียงประโยคหลัง Wh-question ให้เป็นแบบบอกเล่า  เช่น Continue reading »

 Posted by at 8:13 am
Aug 232015
 

correlative conjunction

Conjunction คือ คำสันธานหรือคำเชื่อมในภาษาอังกฤษ โดยปกติ conjunction จะแบ่งออกเป็น coordinating conjunction และ subordinating conjunction แต่มีคำเชื่อมอีกประเภทหนึ่งคือ correlative conjunction ซึ่งคือ คำเชื่อมคู่หรือคำเชื่อมที่ประกอบด้วยคำสองคำ โดยใช้เชื่อมประโยคที่มีระดับเท่ากันคือเป็น Independent clause ทั้งคู่ ตัวอย่างของ correlative conjunction มีดังนี้

1. either…or แปลว่า “ไม่…ก็” (ให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง) โดยปกติระหว่าง either…or จะเป็น นามวลี หรือ ประโยคก็ได้ เช่น

  • Either the government or relevant organizations must be responsible for this matter.
    ไม่รัฐบาลก็องค์กรที่เกี่ยวข้องจะต้องรับผิดชอบกับเรื่องนี้
  • Either you’ll leave my house or I’ll call the police.
    คุณจะออกจากบ้านของฉันหรือจะให้ฉันเรียกตำรวจ
  • You must tell either your dad or your mom.
    คุณต้องบอกไม่พ่อก็แม่ของคุณ

2. neither…or แปลว่า “ไม่…และ” คือ ไม่ทั้งสองอย่าง ใช้ในความหมายที่เป็นปฏิเสธ เช่น

  • If the service is terrible, the customer will neither come nor buy products at your shop.
    ถ้าบริการไม่ดี ลูกค้าก็จะไม่มาและก็ไม่ซื้อสินค้าที่ร้านค้าคุณ
  • I normally neither do exercise nor eat healthy food, so I become overweight.
    ปกติฉันก็ไม่ได้ทั้งออกกำลังกายและกินอาหารที่มีประโยชน์ ฉันจึงอ้วน

** ประโยคที่มี neither…nor มีความหมายเป็นปฏิเสธอยู่แล้ว จึงไม่ต้องใส่คำที่แสดงความปฏิเสธลงไปซ้ำอีก
*** ลองเปรียบเทียบการใช้ either…or และ neither…nor จากสองประโยคนี้ค่ะ

  • Either Izumi or Nana will come with us.
    ไม่อิซูมิก็นานะจะไปกับเราด้วย
  • Neither Izumi nor Nana will come with us.
    ทั้งอิซูมิและนานะจะไม่ไปกับเรา

ข้อควรระวังในการใช้สองคำนี้คือกริยาจะต้องผันตามคำนามที่อยู่หลัง or หรือ nor เช่น

  • Either you or he is the representative of the school.
    ไม่คุณก็เขาที่จะเป็นตัวแทนของโรงเรียน

3. not only…but also แปลว่า   “ไม่เพียงแต่…แต่ยังอีกด้วย”

  • Parents not only want their children to be smart, but also to be good.
    พ่อแม่ไม่เพียงแต่ต้องการให้ลูกๆเป็นคนเก่งแต่ต้องการให้เป็นคนดีด้วย

4. Both…and แปลว่า “ทั้ง…และ”

  • Both my sister and my brother can speak French very well.
    ทั้งน้องชายและน้องสาวของฉันพูดฝรั่งเศสได้ดีทั้งคู่

5. whether…or แปลว่า “หรือไม่”

  • The meeting will be held whether you are free or not.
    การประชุมจะถูกจัดขึ้นไม่ว่าคุณจะว่างหรือไม่
  • I don’t know whether my boss is satisfied with my work.
    ฉันไม่รู้ว่าเจ้านายจะพอใจงานฉันหรือป่าว

** ตัวอย่างของ correlative conjunction ที่ยกตัวอย่างมานี้จะเป็นคำที่เจอบ่อย และแต่ละตัวก็มีความหมายแตกต่างกันไป ลองฝึกใช้ดูค่ะ

 Posted by at 11:07 pm
Jun 232015
 

Direct and Indirect Speech (2)
ในตอนที่ 1 ได้พูดเกี่ยวกับ direct speech และการเปลี่ยนประโยคบอกเล่าและปฏิเสธของ direct speech เป็น indirect speech  ในตอนที่ 2 นี้เราจะมาต่อกันที่ การเปลี่ยนเป็น indirect speech ในประโยคคำถามและประโยคคำสั่งและขอร้อง

หลักการเปลี่ยนประโยคคำถามเป็น indirect speech

ในการเปลี่ยนประโยคคำถามจะแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะคือ
1. ประโยคคำถามที่เป็น Yes/No question

ในประโยคคำถามเราจะไม่ใช้กริยาในประโยคหลักเป็น say/said แล้ว แต่จะใช้เป็น ask, inquire, want to know หรือ wonder แทน ส่วน Tense ก็จะมีการเปลี่ยนเช่นเดียวกับประโยคบอกเล่า

ในประโยคคำถามจะใช้ if, whether, whether…or not หรือ whether or not ในการเชื่อมประโยคแทน และจะไม่ใส่เครื่องหมาย ? ท้ายประโยค รูปประโยคจึงมีหน้าตาเหมือนกับประโยคบอกเล่าธรรมดา แต่มีความหมายเป็นคำถาม ตัวอย่างเช่น

  • The reporter asked if his union had agreed the new pay deal.
  • Sarah wanted to know that whether the Minister had answered her questions or not.
  • He wondered if that soup tasted good.

2. ประโยคคำถามที่ขึ้นต้นด้วย Wh-question
คำกริยาหลักในประโยคยังคงเหมือนกับแบบ Yes/No question เพียงแต่ใช้คำแสดงคำถามหรือ Wh-question words เข้ามาเชื่อมประโยคแทน และการเรียงลำดับคำในประโยคจะเรียงเหมือนกับประโยคบอกเล่า (ประธาน + (กริยาช่วย) + กริยา + กรรม) จะไม่เหมือนการเรียงประโยคคำถาม ( Wh-words + กริยาช่วย + ประธาน + กริยา) เช่น

Direct speech :   He said to me, “Where is my bag?”
Indirect speech : He asked where his bag was.

Direct Speech:   She said to him, “How did you make it?”
Indirect Speech: She asked him how he had done it.

หลักในการเปลี่ยนประโยคคำสั่ง อนุญาต เสนอแนะ และขอร้องเป็น Indirect speech

หลักในการเปลี่ยนก็จะมีการเปลี่ยน tense เช่นเดียวกัน แต่คำกริยาหลักในประโยคจะเปลี่ยนเป็นกริยาดังต่อไปนี้

ask (ร้องขอ)             command (สั่ง)                 order (สั่ง)
advice (แนะนำ)       propose (แนะนำ)              warn (เตือน)
forbid (สั่งห้าม)

เราจะใช้ to + V1 ในการขอร้อง แนะนำ บอก หรือ สั่งให้ทำ ถ้าเป็นปฏิเสธให้ใช้
not to + V1  อีกประการหนึ่งก็คือถ้าประโยค Direct Speech นั้นไม่มีกรรม ให้เติมกรรมลงไปในประโยค Indirect Speech ด้วย และถ้าหากมีคำว่า “please” ในประโยค Direct Speech ให้ตัดทิ้งด้วยเช่นกัน เช่น

Direct Speech:   He asked, “Please let me go to the party.”
Indirect Speech: He asked me to let her go to the party.

Direct Speech:   Doctor advised, “Don’t smoke”
Indirect Speech: Doctor advised me not to smoke.

ครบถ้วนกระบวนความการรายงานคำพูดหรือข้อความแล้วค่ะ กฎระเบียบเยอะเหมือนกัน แต่ถ้าเราจับประเด็นได้ก็จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปค่ะ ^^

 Posted by at 9:31 pm
May 142015
 

ตีแผ่การใช้  whether อย่างมืออาชีพ!

คำว่า whether  เป็นคำเชื่อม  ความหมายตามท้องเรื่องแปลว่า “หรือไม่” แต่ใช้ยังไงก็ยังใช้ไม่ค่อยจะถูกซักที  เป็นคำที่ไม่ค่อยจะคุ้นซักเท่าไหร่ วิธีการเอาไปใช้นี่ก็ไม่ธรรมดานะ ถึงกับต้องแยกเป็นข้อๆเลยทีเดียว  มาดูกันค่ะ

1.  ใช้เพื่อเลือกว่าจะทำ A หรือ B  เช่น

  • I’m wondering whether he explains everything to me or just keeps silence.
    ฉันกำลังสงสัยว่าเขาจะอธิบายทุกอย่างให้ฉันฟังหรือจะปิดปากเงียบ
  • I’m deciding whether I go on or give up.
    ฉันกำลังตัดสินใจว่าฉันจะทำต่อหรือจะเลิก

** ในกรณีที่คนที่เลือกจะทำเป็นคนๆเดียวกับคนที่คิดหรือตัดสินใจหรือสงสัย พูดง่ายๆคือคนเดียวกับประธานหลัก  เราสามารถละประธานหลัง whether ได้ค่ะ แต่ใส่   “to”  เข้าไปแทน  เช่น

  • I’m deciding whether I go on or give up.
    =    I’m deciding whether to go on or give up.
  • Laila’s thinking whether she works in a company or runs her own business.
    =     Laila’s thinking whether to work in a company or run her own business.

2.  ใช้เพื่อเลือกว่าจะทำ A  หรือไม่ทำ A  เช่น

  • He asked me whether we have to move to London.
    เขาถามฉันว่าพวกเราจำเป็นต้องย้ายไปลอนดอนหรือเปล่า
  • I don’t know whether I should accept his invitation.
    ฉันไม่รู้ว่าฉันควรจะรับคำเชิญของเขาหรือไม่

** ในกรณีนี้เราสามารถละคนที่ต้องเลือกได้เช่นเดียวกับข้อแรก  คือใส่ to เข้าไปหลัง whether

3.  ใช้ในความหมายว่า “ไม่ว่า”  โดย ไม่ว่า A หรือ B ยังไงๆก็จะทำ C หรือไม่มีผลต่อ C  เช่น

  • Whether I work or study, I always do my best.
    ไม่ว่าฉันจะทำงานหรือจะเรียน ฉันก็มักจะทำให้ดีที่สุดเสมอ

4. ใช้ในความหมายว่า “ไม่ว่า” เช่นกันแต่เป็น  “ไม่ว่าจะทำ A หรือไม่ทำ A ก็ไม่มีผลอะไรทั้งสิ้น  เช่น

  • Whether my dad allows or not, I will go anyway.
    ไม่ว่าพ่อจะอนุญาตหรือไม่ ฉันก็จะไปอยู่ดี
  • Whether she loves me or not, I will marry her.
    ไม่ว่าหล่อนจะรักผมหรือไม่  ผมก็จะแต่งงานกับเธอ

**  ในข้อที่ 4 นี้เป็นการบอกว่า ไม่ว่าจะ A หรือไม่ A  ฉันก็จะทำหรือไม่ทำ B อยู่ดี เราต้องใส่ or not เข้าไปเพื่อให้ประโยคได้ใจความสมบูรณ์  ส่วนในข้อที่ 2  เลือกว่าจะทำ A หรือไม่ทำ A เหมือนกัน  แต่เราไม่จำเป็นต้องใส่ or not ก็ได้  ถ้าใส่ก็เพื่อเป็นการเน้นสิ่งที่จะทำให้ชัดเจนยิ่งขึ้นเท่านั้น

**  ในการแยกว่า whether ที่เราอ่านเจอเป็นแบบไหน สิ่งที่ต้องใส่ใจให้มากคือบริบทหรือ context ที่อยู่รอบๆค่ะ  เพราะมันจะบอกเราได้ว่า whether ในประโยคนี้ต้องการสื่ออะไร

 Posted by at 10:44 pm
Feb 052014
 

จากโพสต์ที่แล้วได้อธิบายถึงเรื่องการใช้ if ที่แปลว่า ‘หรือไม่’ จึงเกิดคำถามว่า แล้ว whether ใช้ได้เหมือน if มั๊ย

Whether กับ if สามารถใช้แทนกันได้ในความหมายว่า “หรือไม่” ในบางกรณี รายละเอียดความแตกต่างในการใช้มี ดังนี้ค่ะ

1. ถ้าอยู่หลัง preposition จะใช้ whether เท่านั้นค่ะ เช่น

  • It depends on whether he improves his behavior.

2. เราจะใช้ whether เท่านั้น ในกรณีที่นำหน้า to infinitive เช่น

  • They can’t decide whether to get married now or wait.

3. ถ้าส่วนที่เป็นคำถามทำหน้าที่เป็นประธานหรือเป็นส่วนเติมเต็มในประโยค เราจะเลือกใช้ whether มากกว่าใช้ if เช่น

  • Whether the meeting is cancelled is still unknown.

4. ถ้าเป็นประโยคคำถามแบบให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เราจะเลือกใช้ whether เช่น

  • The directors have not decided whether they will recommend a dividend or reinvest the profits.

** ขอเสริมนิดนึงนะคะ
Whether สามารถใช้ในความหมายว่า “ไม่ว่า…” ได้เหมือนกัน เช่น

  • You must come with me whether you want or not.
    คุณต้องมากับผมไม่ว่าคุณจะอยากมาหรือไม่ก็ตาม

การใช้ในลักษณะนี้ มักเติม or not เข้าไปด้วย

…อย่าลืมติดตามกันได้ในเพจ English 360 องศา

 Posted by at 5:48 pm
Jan 222014
 
1 ability ความสามารถ
2 about เกี่ยวกับ
3 above ข้างต้น
4 abroad ในต่างประเทศ
5 absence การไม่อยู่
6 absent ไม่อยู่
7 accept ยอมรับ
8 acceptable ยอมรับได้
9 accident อุบัติเหตุ
10 accordance ความสอดคล้อง
11 according to ตามที่
12 account บัญชี
13 ache ปวดเมื่อย
14 acid กรด
15 across ข้าม
16 act การกระทำ
17 action การกระทำ
18 active กระตือรือร้น, กระฉับกระเฉง
19 activity กิจกรรม
20 actor นักแสดง
21 actress นักแสดงหญิง
22 actual ที่เกิดขึ้นจริง
23 add เพิ่ม
24 addition การบวก,การเพิ่ม
25 address ที่อยู่
26 adjective คำคุณศัพท์
27 admiration การชมเชย
28 admire ชม
29 admit ยอมรับ
30 admittance การอนุญาตให้เข้า
31 adult ผู้ใหญ่
32 advanced ก้าวหน้า
33 advantage ความได้เปรียบ
34 adventure การผจญภัย
35 adverb คำวิเศษณ์
36 advertise โฆษณา
37 advertisement การโฆษณา
38 advice แนะนำ
39 advise คำแนะนำ
40 affair เรื่อง
41 afford สามารถซื้อได้
42 afraid กลัว
43 after หลัง,หลังจาก
44 afternoon ตอนบ่าย
45 afterwards ภายหลัง
46 again อีกครั้ง
47 against ต่อต้าน,พิง
48 age อายุ
49 ago ที่ผ่านมา
50 agree ตกลง

Continue reading »

Oct 082013
 

# สำนวนน่ารู้ : make up one’s mind

สำนวน to make up one’s mind หมายถึง ตัดสินใจ (to decide or to make a decision)
เราสามารถใช้คำแสดงความเป็นเจ้าของอื่นๆ เช่น my, your, his, her, etc. แทนตรงคำว่า one’s ได้นะคะ

  • I can’t make up my mind.
    ฉันยังตัดสินใจไม่ได้เลย
  • I can’t make up my mind whether I will go or not.
    ฉันยังตัดสินใจไม่ได้เลยว่าจะไปหรือไม่ไป
  • He has already made up his mind.
    เขาได้ตัดสินใจไปแล้ว

…อย่าลืมติดตามกันได้ในเพจ English 360 องศา

 Posted by at 11:22 am
Sep 222013
 

#การใช้คำว่า whether

คำว่า whether นั้น ถือเป็นคำเชื่อม (Subordinating conjunction) ตัวหนึ่ง เรามักใช้คำว่า whether ในความหมายที่แปลว่า “หรือไม่” เช่น

  • I don’t know whether she can come today.
    ผมไม่รู้ว่าวันนี้เธอจะมาได้หรือไม่
  • Don’t wait for me because I’m not sure whether I finish my work by 5 p.m.
    อย่ารอฉันเลย เพราะฉันก็ไม่แน่ใจว่าจะทำงานเสร็จตอน 5 โมงเย็นหรือเปล่า
  • I sometimes wonder whether you love me at all.
    บางครั้งฉันก็สงสัยว่าเธอรักฉันบ้างหรือไม่

*** บางครั้งเราก็อาจจะใส่ or not เพิ่มไปด้วยก็ได้ เช่น

  • I don’t know whether I will pass the exam or not. หรือ
  • I don’t know whether or not I will pass the exam.

จะใส่ or not ที่ท้ายประโยคหรือหลัง whether ก็ได้ไม่ผิดค่ะ ^^

*** ในกรณีนี้เราสามารถใช้ if แทนคำว่า whether ได้ค่ะ โดยให้ความหมายเหมือน whether เลยค่ะ เช่น Continue reading »

 Posted by at 12:11 pm
Aug 132013
 

Chat Faces

In a chatroom we cannot see the other people. Sometimes it helps to send “faces” (also known as “smileys” and “emoticons”) to help show our feelings, for example whether we are serious or joking. Here are some typical faces.

:-) Happy
:)
:-( Sad
:(
#:-0 Ahh!
* 😮 Alarmed!
(|:-# American football player
%-} Amused
0:-) Angel
:-@ Angry
O-) Aquanaut
:-)# Beard
%+| Beaten up
:-X Big kiss
!-( Black eye
:-* Blowing a kiss
:-)X Bow tie

Continue reading »

 Posted by at 5:50 pm
Click to listen highlighted text!