Nov 112015
 

ใช้ only ยังไงให้ความหมายไม่เพี้ยน

หลายคนยังสับสนกับการใช้ only เพราะไม่รู้จะวางไว้ตรงไหนในประโยค หลักง่ายๆในการใช้ only คือ “ต้องการขยายคำไหน ให้วาง only ไว้ใกล้ๆกับคำนั้น”

ลองเปรียบเทียบประโยคข้างล่างดูนะคะ

  • Only I hit him in the eye yesterday.
    ฉันคนเดียวเท่านั้นที่ตีเขาที่ตาเมื่อวานนี้ (ไม่มีคนอื่นทำนอกจากฉัน)
  • I only hit him in the eye yesterday.
    ฉันตีเขาเท่านั้นที่ตาเมื่อวานนี้ (ฉันตีอย่างเดียว ไม่ได้ต่อย ไม่ได้ตบเขา)
  • I hit only him in the eye yesterday.
    ฉันตีแค่เขาเท่านั้นที่ตาเมื่อวานนี้ (ฉันไม่ได้ตีคนอื่นนอกจากเขา)
  • I hit him only in the eye yesterday.
    ฉันตีเขาแค่ด้านในตาเท่านั้นเมื่อวานนี้ (ไม่ได้ตีที่นอกตา ตีด้านในตาเขาเท่านั้น)
  • I hit him in only the eye yesterday.
    ฉันตีเขาที่ตาเท่านั้นเมือวานนี้ (ไม่ได้ตีที่ส่วนอื่นของร่างกาย)
  • I hit him in the eye only yesterday.
    ฉันตีเขาที่ตาแค่เมื่อวานเท่านั้น (วันอื่นไม่ได้ตี)
  • I hit him in the eye yesterday only.
    ฉันตีเขาที่ตาเมื่อวานนี้เท่านั้น (วันอื่นไม่ได้ตี มีความหมายใกล้เคียงกับประโยคด้านบน)

** เห็นมั้ยคะว่าถ้าวางตำแหน่งไม่เหมือนกัน ส่วนที่ไปขยายก็ไม่เหมือนกันแล้ว ฉะนั้นเวลาจะเลือกใช้ก็ระวังนิดนึงนะคะ

เพิ่มเติมนิดนึงคือ ถ้า only อยู่แทรกกลางระหว่าง คำแสดงความเป็นเจ้าของ กับ คำนาม จะแปลว่า “มีเพียงหนึ่ง” เช่น

  • My only child           ลูกเพียงคนเดียวของฉัน
  • His only hope          ความหวังเดียวของเขา
  • Their onlyhouse      บ้านหลังเดียวของพวกเขา

** การใช้ onlyขยายคำนาม + adj. clause
การใช้ only ที่ขยายคำนาม แล้วตามด้วย adjective clause นั้นมีสองกรณีคือ

1. เมื่อ only ทำหน้าที่แยกคำนามนั้นออกจากนามอื่นๆ จะไม่ใส่ comma หน้าและหลัง adjective clause หรือ relative clause และใช้ that เป็น relative pronoun เช่น

  • He is the only student that I saw here.
    เขาเป็นนักเรียนแค่คนเดียว(จากนักเรียนคนอื่นๆ) ที่ฉันเห็นที่นี่

2. ถ้า only ขยายคำนามนั้นเพื่อแสดงว่า มีเพียงหนึ่ง จะใช้ that เป็น relative clause ไม่ได้ และต้องใส่ comma หน้าและหลัง relative clause นั้น เช่น

  • My only child, who works in Bangkok, is going to get married.
    ลูกคนเดียวของฉันที่ทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ กำลังจะแต่งงาน
 Posted by at 9:56 pm

 Leave a Reply

(required)

(required)

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>