Nov 032016
 
โอกาสทองมาถึงคุณแล้ว คอร์สสำหรับผู้ที่ต้องการความสำเร็จ iCon Evolution (IE) จองที่นั่งด่วน!

โลกออนไลน์ โดยอาศัยเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ต และเครื่องมือต่างๆ อันทรงพลัง ร่วมกับแผนธุรกิจอันยอดเยี่ยม และสินค้าที่เป็นนวกรรมเอกสิทธิ์ล้ำสมัย ก็สามารถทำให้คุณเป็นเจ้าของธุรกิจเครือข่ายได้โดยไม่ยากอีกต่อไป สนใจร่วมงานในธุรกิจ ติดต่อ Line ID : @richtheicon หรือ Email : richtheicon@hotmail.com

ชมคลิปวีดีโอต่างๆ ที่อาจเปลี่ยนชีวิตคุณไปตลอดกาล คลิ๊ก
1. สอนวิธีทำธุรกิจในชีวิตจริง ที่โรงเรียนไม่เคยสอน The iCon Academy
2. เรื่องราวความสำเร็จในธุรกิจนี้
3. ติดตาม Fanpage


เอาให้กระจ่าง! ระหว่าง no not  non และ  none  มันต่างกันอย่างไร??

ทั้งสี่คำนี้  no  not  non  และ  none  มันก็เขียนคล้ายๆกันนะ  แต่ไม่ได้ใช้เหมือนกันแน่นอนค่ะ มาดูกันเลยค่ะว่าแต่ละคำมันใช้ยังไง

no – เป็นคำคุณศัพท์ (adjective) แปลว่าไม่  นั่นก็หมายความว่ามันจะต้องเอาวางไว้หน้าคำนามได้  เช่น

  • We have no water left.  พวกเราไม่มีน้ำเหลืออยู่เลย
    อย่าไปใช้ว่า  We no have water. นะคะ  อันนี้เป็นผลพวงมาจากการแปลไทยเป็นอังกฤษแบบคำต่อคำจ้า

นอกจากนี้  no  ก็ยังใช้ในการตอบปฏิเสธทั่วๆไปได้เช่นกัน  เช่น

  • Do you have any bread?  /  No, I don’t.

not – มาถึงคำว่า  not  กันบ้าง  เป็น adverb หรือกริยาวิเศษณ์  จะใช้วางไว้หลังกริยาช่วยในประโยคปฏิเสธ  เช่น

  • It is not quite cold outside.
    มันไม่ค่อยจะหนาวเท่าไหร่
  • We will not take a taxi.
    พวกเราจะไม่นั่งแท้กซี่

non – อ่านว่า “น็อน” เป็น prefix  คือจะเอาเติมหน้าคำอื่นเพื่อเปลี่ยนความหมายของคำ  โดยความหมายของ  non จะแปลว่า “ไม่”เช่น   

  • We had two days of nonstop rain.
    ฝนตกไม่หยุดมาสองวันแล้ว
  • The college has English class for non-native speakers.
    วิทยาลัยมีสอนภาษาอังกฤษสำหรับชาวต่างชาติที่ไม่ได้เป็นเจ้าของภาษา

none – คำนี้อ่านว่า “นัน” นะคะ เป็นคำสรรพนามที่แทนคำนามไม่เฉพาะเจาะจง  มีความหมายว่า  ไม่มีเลย  ไม่มีอะไรเลย   เช่น

  • None of my children is a doctor.
    ไม่มีลูกของฉันคนไหนเลยที่เป็นหมอ
  • My brother has two cats but I have none.
    น้องชายฉันมีแมวสองตัว แต่ฉันไม่มีเลย

สังเกตนะคะว่าสี่คำนี้  ความหมายใกล้เคียงกัน  แต่ชนิดของคำไม่เหมือนกันเลย  ดังนั้นการนำไปใช้หรือตำแหน่งในประโยคจึงต่างกันด้วย  อย่าใช้ผิดนะคะ

 Posted by at 7:36 am

 Leave a Reply

(required)

(required)

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>