Feb 272015
 
โอกาสทองมาถึงคุณแล้ว คอร์สสำหรับผู้ที่ต้องการความสำเร็จ iCon Evolution (IE) จองที่นั่งด่วน!

โลกออนไลน์ โดยอาศัยเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ต และเครื่องมือต่างๆ อันทรงพลัง ร่วมกับแผนธุรกิจอันยอดเยี่ยม และสินค้าที่เป็นนวกรรมเอกสิทธิ์ล้ำสมัย ก็สามารถทำให้คุณเป็นเจ้าของธุรกิจเครือข่ายได้โดยไม่ยากอีกต่อไป

อยากรวย อยากรู้วิธีทำธุรกิจออนไลน์ เพิ่มไลน์ไอดีได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องทำธุรกิจร่วมกับเรา
1. Line ID : @richtheicon
2. Email : richtheicon@hotmail.com
3. ติดตาม Facebook Fanpage

ข้อมูลเพิ่มเติม คลิ๊กลิงค์ด้านล่าง
1. สอนวิธีทำธุรกิจในชีวิตจริง ที่โรงเรียนไม่เคยสอน The iCon Academy


Future Simple Tense

เห็นคำว่า “future” เดาได้เลยค่ะว่า tense นี้ต้องเกี่ยวข้องกับอนาคตแน่นอนค่ะ   โครงสร้างของ tense นี้จะมีคำว่า will (จะ) เข้ามาเกี่ยวข้อง

โครงสร้างของ tense คือ

          ประโยคบอกเล่า : Subject + will + V. infinitive…

          ประโยคปฏิเสธ : Subject + will not / won’t + V. infinitive…

          ประโยคคำถาม : Will + subject + V. infinitive…?

          ประโยคคำถาม แบบ Wh :  Wh-Question + will + subject + V. infinitive…?

** V. infinitive คือ คำกริยารูปธรรมดาที่ไม่มีการเติม การผัน การเปลี่ยนรูปใดๆทั้งสิ้น

Tense นี้ง่ายมากค่ะ เพราะไม่ว่าประธานจะเป็นเอกพจน์หรือพหูพจน์ก็ใช้ will ได้โลดค่ะ

การใช้ tense นี้บ่งบอกถึงสิ่งที่ “จะ” กระทำในอนาคต แต่คำว่า “จะ” เนี่ยมันก็ยังสื่อความหมายโดยนัยได้หลายอย่าง ดังต่อไปนี้ค่ะ

1. ความเต็มใจที่จะกระทำ เช่น เสนอตัวว่าจะทำอะไรให้ใคร หรือช่วยเหลือ เช่น

  • I will give you a ride. ผมจะขับรถไปส่งคุณเอง
  • I will have the maid clean your room.  ผมจะให้แม่บ้านไปทำความสะอาดห้องคุณ

2. การให้สัญญา เช่น

  • I will love you forever.   ฉันจะรักคุณตลอดไป
  • I won’t lie to you anymore.   ผมจะไม่โกหกคุณอีก

3. การทำนาย หรือการคาดการณ์สิ่งที่น่าจะเกิดขึ้นในอนาคต เช่น

  • The price of food will be higher next year.
    ราคาอาหารจะสูงขึ้นในปีหน้า (เป็นการคาดการณ์ว่าอาจจะเกิดขึ้น)

ในกรณีนี้ อาจจะมีวลี to be going to เข้ามาร่วมด้วย ซึ่งเป็นการบอกถึงอนาคตเหมือนกัน แต่…!! ถ้าใช้ to be going to จะเป็นการทำนายที่มีหลักฐานที่ชัดเจนทำให้การคาดการณ์น่าเชื่อหรือมีความเป็นไปได้สูง เช่น

  • It’s going to rain. ฝนจะตก (ซึ่งขณะที่พูด อาจจะเห็นเมฆดำมาแต่ไกล)

นอกจากนี้ to be going to ยังบอกถึงแผนการที่วางเอาไว้ ซึ่งเราจะไม่ใช้ will ค่ะ เช่น

  • Tanu is going to spend his summer in Phuket.
    ธนูตั้งใจว่าจะใช้วันหยุดฤดูร้อนที่ภูเก็ต
  • They are going to leave for Japan at 7 a.m. tomorrow.
    พวกเขาจะไปญี่ปุ่นตอน 7 โมงในวันพรุ่งนี้

** สองเหตุการณ์นี้บอกถึงแผนการในอนาคต เราจะใช้ will ก็ต่อเมื่อจะพูดถึงสิ่งที่จะทำโดยปัจจุบันทันด่วน ไม่มีการวางแผนมาก่อน มีการตัดสินใจเดี๋ยวนั้น เช่น

A: Your boyfriend called you at 9 o’clock.
B: Thank you. I’ll call him back later.

ซึ่ง B ไม่รู้มาก่อนว่า A โทรมาจึงตัดสินใจเดี๋ยวนั้นว่าจะโทรกลับ แต่ถ้า B รู้อยู่แล้ว ประโยคก็จะเป็นแบบนี้ค่ะ

B: I know it. Thank you. I’m going to call him back when I have time.

 

 Leave a Reply

(required)

(required)

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>