Jun 212015
 
โอกาสทองมาถึงคุณแล้ว คอร์สสำหรับผู้ที่ต้องการความสำเร็จ iCon Evolution (IE) จองที่นั่งด่วน!

โลกออนไลน์ โดยอาศัยเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ต และเครื่องมือต่างๆ อันทรงพลัง ร่วมกับแผนธุรกิจอันยอดเยี่ยม และสินค้าที่เป็นนวกรรมเอกสิทธิ์ล้ำสมัย ก็สามารถทำให้คุณเป็นเจ้าของธุรกิจเครือข่ายได้โดยไม่ยากอีกต่อไป

อยากรวย อยากรู้วิธีทำธุรกิจออนไลน์ เพิ่มไลน์ไอดีได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องทำธุรกิจร่วมกับเรา
1. Line ID : @richtheicon
2. Email : richtheicon@hotmail.com
3. ติดตาม Facebook Fanpage

ข้อมูลเพิ่มเติม คลิ๊กลิงค์ด้านล่าง
1. สอนวิธีทำธุรกิจในชีวิตจริง ที่โรงเรียนไม่เคยสอน The iCon Academy


Direct and Indirect Speech (1)

ในบางครั้ง เราอาจจะต้องยกคำพูดของคนอื่นขึ้นมาพูด ซึ่งการพูดในลักษณะนี้จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทด้วยกันคือ   Direct speech   และ Indirect speech

1. Direct speech – คือ การยกเอาคำพูดคนอื่นมาพูดแบบตรงๆ โดยไม่มีการเปลี่ยนโครงสร้างของประโยคแต่อย่างใด ประโยคแบบนี้จะมีตัวช่วยตัวหนึ่งคือ เครื่องหมาย Quotation mark หน้าตาเป็นแบบนี้ “……” ตัวอย่างเช่น

  • Emma said, “I will wash all the dishes.”

หรือสลับตำแหน่งกันก็ได้    “ I will wash all the dishes,” Emma said.

** ข้อสังเกตก็คือ หลังประโยคหลักจะคั่นด้วย comma เสมอ และประโยคในเครื่องหมาย quotation mark จะขึ้นต้นด้วยตัวพิมพ์ใหญ่เสมอ แต่ในประโยคตัวอย่างที่สองถ้าเอาประโยคที่เป็นคำพูดไว้ด้านหน้าและใส่ชื่อคนพูดไว้ด้านหลัง เวลาที่จบประโยคในเครื่องหมายคำพูดให้ใส่ comma แล้วค่อยปิดท้ายด้วย quotation mark แล้วจึงใส่ชื่อคนพูด ตบท้าย

2. Indirect speech – คือ การยกเอาคำพูดของผู้อื่นขึ้นมาพูด ลักษณะเหมือนเป็นการรายงานหรือปรับรูปประโยคให้เป็นเหมือนคำพูดของผู้เล่าเอง ในลักษณะนี้จึงมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประโยคเดิม   Indirect speech แบ่งออกเป็น 3 ประเภทด้วยกันคือ

2.1 Indirect speech – statement คือการรายงานประโยคบอกเล่าหรือปฏิเสธ
2.2 Indirect speech – commands, requests and suggestions คือ การรายงานประโยคที่เป็นประโยคขอร้อง ประโยคคำสั่ง หรือ ขออนุญาต
2.3 Indirect speech – question คือการรายงานประโยคที่เป็นคำถาม

หลักการเปลี่ยน Indirect speech – statement

ในการเปลี่ยนจาก direct speech เป็น indirect speech นั้น วิธีการและขั้นตอนยุ่งยากเอาการพอสมควร เพราะต้องมีการเปลี่ยนโครงสร้างประโยค โดยเฉพาะเปลี่ยน tense ของประโยคที่เขาพูดมา และต้องเอา comma ออก แล้วใส่ said that หรือบางครั้งอาจจะใช้ complained that, admitted that แล้วแต่กรณี ดังนี้

                    Present simple tense ———->> past simple tense

เช่น

Direct speech :   The officer said, “We work for the town council.”
Indirect speech :    They said they worked for the town council.

                    Present continuous tense ————>> past continuous tense

เช่น

Direct speech :   Marry said, “I’m doing the washing.”
Indirect speech :    Marry said she was doing the washing.

                    Past simple tense ————->>   past perfect tense

เช่น

Direct speech :   He said, “I decided to leave earlier today.”
Indirect speech :    He said he had decided to leave earlier that day.

                    Past continuous tense —–>> past perfect continuous tense

เช่น
Direct speech :   She said, “I wasn’t telling the truth.”
Indirect speech :    She admitted that she hadn’t been telling the truth.

                    Present perfect tense ———->> past perfect tense

เช่น
Direct speech :   She said, “My guest haven’t arrived yet.”
Indirect speech :    She said her guest hadn’t arrived yet.

                        Future simple tense (will) —–>> Future (past form) tense (would)

เช่น
Direct speech :   She said, “I will submit my homework tomorrow.”
Indirect speech : She said she would submit her homework the following day.

                              Can              ————->>      could

เช่น
Direct speech :   Tom said, “I can’t say any more.”
Indirect speech :    Tom said he couldn’t say any more.

                              May             ———–>>                   might

เช่น
Direct speech :   The manager said, “The company may cancel the trip.”
Indirect speech :    The manager said the company might cancel the trip.

** แต่ในกรณีที่ข้อความนั้นหรือความรู้สึกนั้นเป็นความจริงเสมอ หรือยังเป็นความจริงอยู่ในขณะนั้น เมื่อนำคำพูดมารายงานจะไม่มีการเปลี่ยน tense ของประโยค       นอกจากจะเปลี่ยน tense แล้ว ยังมีการเปลี่ยนคำสรรพนาม คำบอกเวลา หรือคำแสดงระยะจากใกล้เป็นไกลด้วย ตัวอย่างเช่น

Year / month ago    ———-> year / month before
Next…(week/month/year) ———-> the following ……
Now              —————-> then, at that time
Today           —————>     that day
Tomorrow   —————> the following day
Yesterday —————-> the day before
Here   ——————->   there
This    ————-> that
These ————–> those

ตัวอย่างเช่น

Direct speech : Sarah said, “I arrived here an hour ago.”
Indirect speech : Sarah said (that) she had arrived there an hour before.

 

Direct speech : The students said, “We will start our course next month.”
Indirect speech : The students said they would start their course the following month.

 

สำหรับในตอนที่ 1 นี้จะพูดถึงแค่การเปลี่ยน direct speech เป็น indirect speech แบบประโยคบอกเล่าหรือปฏิเสธเท่านั้น ติดตามประโยคคำถามและประโยคคำสั่งหรือขอร้องต่อในตอนที่ 2 ค่ะ

 Posted by at 9:53 pm

 Leave a Reply

(required)

(required)

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>